อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

ยัน"หนุ่มอ้วนหัวร้อน"ทะเลาะแฟนก่อนพาลทุบรถในBKK

ผอ.สุวรรณภูมิเผย"หนุ่มอ้วน หัวร้อน"กร่างสุวรรณภูมิ  เหตุทะเลาะกับแฟน ด้านกิตติพงษ์ระบุเหตุไม่จับกุมทันที เพราะบิดาผู้ก่อเหตุยกมือไหว้ขอโทษและพร้อมนำบุตรชายมอบตัว  ทอท.ยันดำเนินคดีตามกฏหมายตั้งข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัย   พุธที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 13.32 น.


จากกรณีมีคลิปความยาวกว่า 7 นาที แชร์ว่อนอยู่ในโลกโซเชียลเป็นเหตุการณ์ที่มีชายรูปร่างอ้วนขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ทางด้านฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH2 ซึ่งเป็นทางเข้าโดยที่ไม่ยอมรับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่ มุ่งหน้าเข้าไปจอดที่หน้าอาคารGE ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่เจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ต่อมามีชายสูงวัยขับรถมารับ "หนุ่มอ้วน หัวร้อน" แล้วเตรียมพาเข้ามอบตัวกับตร. ความคืบหน้า

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. น.ท. สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงกรณีที่หนุ่มเมากร่าง ทุบรถชี้หน้าด่าเจ้าหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า  บุคคลดังกล่าวเข้ามารับทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิเกี่ยวกับการชาร์จไฟ และทำป้ายโฆษณาภายในสนามบิน  ซึ่งในวันที่เกิดเหตุมีปัญหาทะเลาะกันแฟนสาวจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น  โดยแนวทางการปฏิบัตินั้นเจ้าหน้าที่สนามบินจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้วยการจับกุมและควบคุมตัวไปโรงพักที่สภ.สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเหตุเกิดตั้งแต่ 02.00 น.วันที่ 22 ต.ค. แต่กลับมาแจ้งความตอนตี 04.00 น.  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานผลการเกิดเหตุดังกล่าวให้กับตนได้รับทราบมารู้ทีหลังเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว  ซึ่งได้ให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนกรณีที่ไม่รายงานในเรื่องนี้  และพร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฏหมาย

ด้านนายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า  ในวันนี้ตนจะต้องเข้าไปพบพนักงานสอบสวนว่าจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาอะไรบ้างและมีทรัพย์สินเสียหายมากน้อยแค่ไหน  ทั้งในส่วนของทอท. และบริษัท เอเอสเอ็ม ซึ่งดูแลด้านความปลอดภัย ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทอท.ไม่จับกุมตัวในช่วงที่เกิดเหตุ เพราะบิดาของผู้ก่อเหตุได้ไหว้ขอโทษเจ้าหน้าที่และตบหน้าลูกชายให้ได้สติ  ซึ่งพนักงานเห็นว่าบิดาไม่ได้เข้าข้างบุตรชาย และบิดาขอนำตัวบุตรชายกลับบ้านไปก่อนและจะนำบุตรชายเข้าพบพนักงานสอบอีกครั้งและในวันนี้บิดาได้พาบุตรชายมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ถ้าในคืนนั้นชายดังกล่าวแลกบัตรเข้าคลังสินค้าก็ไม่เกิดปัญหาขึ้น แต่กลับขับรถเข้าไปในพื้นที่ควบคุมภายในสนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่แลกบัตรถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัย และเรื่องนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ยจะต้องขึ้นศาลดำเนินคดี 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผย'หนุ่มอ้วนหัวร้อน'ซ่าในBKK ไม่ได้เป็นทหาร-ตร.(คลิป)

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 48