อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

เรียกร้องซื้อรถให้ใหม่/จ่าย5แสน 'กระบะ-เก๋ง'ตกลงไม่ได้

ตำรวจแจ้งข้อหาหนุ่มขับกระบะ ทำให้เสียทรัพย์ ด้านคู่กรณีฝ่ายรถเก๋งเรียกร้อง ซื้อรถให้ใหม่ หรือจ่าย 5 แสนบาท เป็นค่าซ่อม เลยยังตกลงกันไม่ได้ ส่วนกระบะอีกคันที่เสียหายเล็กน้อยไม่มีปัญหา ซ่อมให้ก็จบ   จันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา 18.55 น.


เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. กรณีมีคลิปรถกระบะพุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน กท 9882 สุรินทร์ ที่จอดอยู่ในซอยตัน ภายในหมู่บ้านนครทองซิตี้ ซอย 1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ โดยคนขับรถกระบะตั้งใจพุ่งชนถึง 2 ครั้ง จนรถเก๋งไถลไปชนกับท้ายรถกระบะเชฟโรเล็ต สีดำ ทะเบียน 1 กษ 8065 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ด้านหน้าอีกทอดหนึ่งได้รับความเสียหายก่อนรถที่ก่อเหตุจะหลบหนีไป ต่อมานายภัสกร เพชรชำลิ อายุ 40 ปี คนขับรถกระบะที่พุ่งชน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ที่ทำไปเพราะโมโหที่ขับรถเข้าไปขนของที่บ้านของนายวรรณลภ  ปิ่นมอญ อายุ 42 ปี ไม่ได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   

ความคืบหน้าล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.บางปู ได้ให้นายวิชิต พิลาศรี อายุ 48 ปี และนายปรัชญา วงโอษฐ์ อายุ 40 ปี เจ้าของรถเก๋งและรถกระบะ เจรจาตกลงค่าเสียหายกับ นายภัสกร เพชรชำลิ อายุ 40 ปี คนขับรถกระบะที่พุ่งชน โดยนายวิชิต เจ้าของรถเก๋งยื่นข้อเสนอให้นายภัสกร ที่ก่อเหตุ 2 ข้อ ข้อแรกคือ ซื้อรถคันใหม่ให้ ส่วนข้อ 2.ให้ชดใช้เงินค่าซ่อมเป็นเงิน 5 แสนบาท ส่วนนายปรัชญา เจ้าของรถกระบะที่เสียหาย ขอให้คู่กรณีซ่อมให้เนื่องจากเสียหายไม่มาก หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจากันนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายภัสกรและนายวรรณลภ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และนัดหมายคู่กรณีทั้งสองเจรจากันอีกครั้งในวันอาทิตย์หน้า



ด้านนายภัสกร เปิดเผยว่า เราผิดก็ต้องรับผิดชอบเรื่องค่าเสียหาย เบื้องต้นก็ได้คุยกับผู้เสียหายแล้วตอนนี้ก็ต้องดูเรื่องตัวเลขว่าจะซ่อมหรือชดใช้เขาเท่าไหร่ ซึ่งต้องชดใช้กันตามสมควร เหตุเพราะมันมีเรื่องกันอยู่แล้ว ทางฝ่ายโน้นพี่เขาบ้านก็อยู่อีกฝากหนึ่ง แต่มาจอดฝั่งตรงข้ามทำให้มีเรื่องมีราวกัน ซึ่งเราก็คิดไปว่าเขาจงใจที่จะจอดรถทิ้งเอาไว้ด้วย อันนี้ตนคิดเอง ทั้งไปตามและส่งไลน์กลุ่มของหมู่บ้านแต่ก็ไม่มาขยับให้ก็เลยโมโห

ขณะที่ นายวัชรพล เซ็มมุกดา อายุ 36 ปี เพื่อนที่มากับนายภัสกร เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเดินไปตามที่หน้าบ้านคนในบ้านได้บอกว่าเขาออกไปแข่งกีฬาสี คือว่าวันนั้นเขาบอกให้ตนมาช่วยยกของคือกระถางต้นไม้ใบใหญ่ก็มี แล้วพวกตนทำงานกันมาเหนื่อยแล้ว แล้วต้องมานั่งรอดึกๆ มันก็ไม่ใช่ ตนก็ไม่คิดว่าพี่เก๋ เขาจะใจร้อนขนาดนั้น เขาเป็นคนที่ไม่กินเหล้า แต่วันนั้นเขาเหนื่อยเพราะไปทำงานมาหลายที่แล้ว หลังที่พี่เก๋ขับรถชนตนก็ขึ้นรถออกไปกับพี่เก๋และขับกลับไปที่บ้านพักไม่ได้หนีแต่อย่างใด และตนก็เป็นคนเดินไปกดออดหน้าบ้านและไปตามหาเจ้าของรถเก๋งเอง คือรถจอดอยู่ฝั่งนี้แต่บ้านเขาอยู่ฝั่งโน้น


โมโหจงใจจอดขวางทาง ต้องสั่งสอนพุ่งชนรู้แล้วรู้รอด              

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    6%
  • ไม่เห็นด้วย
    94%

บอกต่อ : 47