อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

ตม.บุกจับแก๊งชาวจีนหลอกลงทุนเงินดิจิตัลคาห้องพักหรู

“บิ๊กอู๊ด” นำตำรวจ ตม.บุกจับ 24 ชาวจีนหลอกลงทุนเงินดิจิตัลคาห้องพักหรูย่านช่องนนทรี เตือนอย่าหลงเชื่อลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง อังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 16.23 น.


เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อม พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่นผบก.สส.สตม พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สตม. เข้าทลายเครือข่ายแก๊งซื้อขายเงินดิจิตอลชาวจีน ที่อาคารกาแล๊คซี่ ชั้น 9 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.

โดยขณะเข้าจับกุม พบกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน 24 คน กำลังพูดคุยกับชาวจีนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ อยู่ภายในห้องทำงานที่มีการดัดแปลงทั้งหมดได้เปิดเว็บไซต์ Huobi Global เพื่อดูแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ รวมทั้งมีโทรศัพท์มือถือวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมพร้อม ยึดของกลางโน๊ตบุ๊ค 61 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 420 เครื่อง



พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเข้ามายังอาคารดังกล่าวแล้วไม่ออกไปไหน จึงประสานเจ้าหน้าที่ให้ช่วยตรวจสอบ ก่อนมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการจนสามารถขอหมายค้นภายในชั้นดังกล่าวได้ จนพบผู่ต้องหาและของกลางตามข้างต้น จากการสอบถามกลุ่มชาวจีนให้การว่า ได้รับการชักชวนมาจากเพื่อนว่ามาทำงานที่ไทยรายได้ดีและได้ท่องเที่ยวฟรีจึงมาตามที่เพื่อนแนะนำ เมื่อมาถึงประเทศไทยหน้านายได้พาเที่ยวพัทยา 7 วัน 7 คืน อย่างสนุกสนาน ซึ่งหลังจากเที่ยวก็จะมาสถานที่ดังกล่าวทำการยืดพาสปอร์ตให้นั่งพูดคุยกับชาวจีนในประเทศจีน เพื่อหลอกล่อให้ลงทุนร่วมซื้อเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ทุกวัน โดยไม่ให้ออกไปไหน ซึ่งจะมีแม่บ้านชาวจีนขึ้นมาประกอบอาหารให้กินทุกมื้อ โดยกลุ่มชาวจีนชุดนี้ส่วนใหญ่เข้าประเทศไทยมาเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หรือประมาณ 2 เดือน ได้รับค่าจ้างเดือนละ2-3 หมื่นบาท และโบนัสพิเศษหากชักชวนชาวจีนให้มาลงทุนอีกด้วย

สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการนี้เริ่มจากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมาเช่าอาคารเพื่อเปิดบริษัทเกี่ยวข้องกับการลงทุน พบว่ามีการเช่าพื้นที่แต่ละที่อย่างน้อย 3 เดือน และจะมีการเปลี่ยนสถานที่เปิดบริษัทไปเรื่อยๆ โดยมีการจ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 1 ล้านบาท หลังจากนั้นได้ทำการหลอกให้ผู้เสียหายลงทุนสกุลเงินดิจิตอลบิทคอยจำนวนหนึ่ง โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะโทรชักจูงว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้สืบสวนยังทราบว่าในส่วนของการถือหุ้นบริษัท พบว่ามีคนไทยถือหุ้นอยู่ 51% นอกนั้นเป็นชาวจีน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ อย่างไรก็ตามได้ฝากเตือนถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อธุรกิจที่หลอกลวงว่า ลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง เนื่องจากพบผู้เสียหายจากการหลงเชื่อและร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลบหนี เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  พร้อม เร่งประสานทางการจีนตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26