อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

แฉ"ผอ.กอล์ฟ"หนี้ท่วม! เหลือเงินใช้ต่อเดือนแค่ 5 พัน

ตำรวจกองปราบหิ่ว "ผอ.กอล์ฟ" ฝากัขังศาลอาญา แฉปมเหตุ " บุกชิงทอง เพราะไปกู้หนี้สหกรณ์ 2 ล้าน หักเงินเดือนแล้วเหลือใช้เพียงเดือนละ 5 พัน พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 16.38 น.


เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สสน.บก.ป. หรือ หนุมานกองปราบ จำนวนกว่า 10 นาย ทำการควบคุมตัว นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อายุ 38 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ผู้คนเพื่อเปิดทางเข้าชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี ไปทำการฝากขังผัดแรกยังศาลอาญา

ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบสวน หลังถูกจับกุมตัวได้เมื่อเช้าวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีทีมแพทย์จาก รพ.ตำรวจ ทำการตรวจร่างกายตามขั้นตอนกฎหมาย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาเฝ้าติดตามรายงานความคืบหน้าสถานการณ์คดีดังกล่าวตลอดทั้งวัน 

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า คดีดังกล่าวจะต้องมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆที่เกี่ยวข้องจริงๆ ทั้งหมดประมาณ 30 ปาก ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานจนเสร็จสิ้นไปแล้ว 15 ปาก ส่วนที่เหลือก็น่าจะเสร็จในไม่ช้า  โดยพนักงานสอบสวนเชื่อว่า จะสามารถสรุปสำนวน พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการได้ทัน ก็น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน เนื่องจากว่าถือว่า รูปคดีค่อนข้างจะสมบูรณ์ และชัดเจน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามเก็บของกลางได้เกือบครบ ประกอบกับตัวผู้ต้อหาเองก็นำชี้จุดทิ้งของกลางได้ถูกต้องอีกด้วย คงเหลือเพียงแม็กกาซีนบรรจุกระสุน และ ลำกล้องเก็บเสียง หรือ ไซเรนเซอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการติดตาม



ส่วนมูลเหตุจูงใจการก่อเหตุนั้นในช่วงแรกที่นายประสิทธิชัย ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ให้การอ้างว่า ทำลงไปเพราะต้องการมีสีสันในชีวิต แต่ปรากฏว่า เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำอย่างหนัก สุดท้ายตัวผู้ต้องหาเองก็กลับคำให้การยอมรับว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาเรื่องการเงิน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบข้อมูล จนพบว่า  นายประสิทธิชัย นั้นมีหนี้เงินกู้จากสหกรณ์ครู และธนาคารกรุงไทย รวมทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท โดยทราบอีกว่าก่อนหน้า นายประสิทธิชัย นำเงินสดประมาณ 3 แสนบาท ไปซื้อรถยนต์หรู บีเอ็มดับบลิว เอฟ 4 แต่รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อน ผู้ต้องหาซื้อมาสวมทะเบียน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับกุม ทำให้นายประสิทธิชัยต้องเสียค่าปรับเป็นเงินถึง 6 แสนบาท ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความเดือดร้อน

ประกอบกับนิสัยส่วนตัวของผู้ต้องหาเองก็เป็นคนชอบใช้จ่ายเกินตัว เพราะชอบใช้สินค้าที่มีราคาแพง ซึ่งไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนของตัวเอง ที่มีเงินเดือนแค่สามหมื่นกว่าบาท แต่หลังจากถูกหักเงินที่ไปกู้มาแล้ว ก็จะเหลือใช้เพียงแค่เดือนละ 5 พันบาทเท่านั้น จนทำให้ที่ผ่านมานายประสิทธิชัย ประสบปัญหาการเงินมาตลอด บางครั้งก็ถึงกับต้องหยิบยืมเงินจากที่บ้านอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้นายประสิทธิชัย ตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%