อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

ทหารต้องเร่งศึกษา'คดีจ่าคลั่ง' ป้องกันคลังอาวุธถูกปล้น

ไทม์ไลน์ "คดีจ่าคลั่ง" ทหารต้องศึกษาหาแนวทางป้องกันการปล้นปืน หลังมีคลิปจับภาพเหตุการณืไว้ได้ว่ากระทำการอย่างไร เสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 05.00 น.

 
สรุปเหตุการณ์คดีสะเทือนขวัญ "จ่าคลั่ง" ทหารต้องศึกษาหาแนวทางป้องกันการปล้นปืน หลังมีคลิปจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ว่ากระทำการอย่างไร พร้อมปมฉาวบ้านทหาร ซึ่งตลอดทั้งวานนี้ (14 ก.พ.) มีเรื่องราวเกิดขึ้นหลายอย่าง

สำหรับคลิปดังกล่าวไม่ได้ต้องการจะนำเสนอเพื่อให้เห็นถึงความรุนแรงซ้ำเติมจิตใจ แต่ต้องการให้เห็นว่าคนร้ายใช้วิธีใดในการปล้นปืนจากคลังอาวุธ มันยากหรือง่ายแค่ไหนในการปล้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างมาตรฐานหรือมาตรการที่เข้มแข็งรัดกุมมากกว่านี้ อีกทั้งเหตุการณ์ปล้นปืนยังอยู่ในกระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงการป้องกันคลังอาวุธด้วย




เริ่มจาก พล.ต.ต.สุจินต์ นิจภานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางญาติได้มาติดต่อพนักงานสอบสวนและขอรับศพ  "จ่าคลั่ง" จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ออกไปจากห้องเย็นนิติเวช รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อนำร่างไร้วิญญาณกลับไปทำพิธีกรรมตามศาสนาที่ จ.ชัยภูมิ โดยทางญาติไม่ได้ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดมากนัก เพราะกลัวกระแสดราม่าของชาวเน็ตที่ทำให้การต่อต้านกลับมารุนแรงอีกโดยญาติขอร้องและวิงวอนให้อย่ามีการต่อต้านอีกเลย

ขณะเดียวกัน บ้านของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ที่ซื้อไว้ในพื้นที่บ้านโป่งแมลงวัน หมู่ 5 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา ก็ยังถูกปิดเงียบ มีเพียงรองเท้าคอมแบทวางอยู่ที่หน้าบ้านเท่านั้น ซึ่งบ้านหลังนี้เกี่ยวข้องกับปมความเครียดจากปัญหาถูกโกงเงินทอนและค่านายหน้าซื้อบ้าน ตามโครงการสวัสดิการทหาร ในราคา 1.5 ล้านบาท




ด้าน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวยืนยันว่าไม่ได้นำร่างของจ.ส.อ.จักรพันธ์ ผู้ก่อเหตุกลับเข้าค่ายทหารตามที่มีกระแสข่าว ซึ่งเข้าใจว่าครอบครัวคงจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจ.ชัยภูมิและมีการฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามถึง การตรวจสอบผู้บังคับหน่วยที่อาจมีการเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดิน พล.ท.ธัญญา กล่าวว่า ในภาพใหญ่กำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียด แต่ข้อเท็จจริงแล้วโครงการบ้านดังกล่าวของจ.ส.อ.จักรพันธ์ อยู่นอกหน่วยทหาร และไม่ใช่บ้านสวัสดิการของกองทัพบก ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกัน เป็นเรื่องของคนที่ไปจัดสรรข้างนอก และกำลังพลของเราบางคนก็อยากได้ บางคนก็ไปกู้เงินจากข้างนอก บางคนก็ไปกู้เงินจากสวัสดิการของกองทัพบกที่มีให้




"แม่ยายของผู้บังคับบัญชาที่เสียชีวิต ทำธุรกิจบ้านจัดสรรมา 20 ปี ทำพื้นที่ภายนอก เป็นพื้นที่ส่วนตัวและมีโฉนดถูกต้อง ไม่ใช่พื้นที่ราชพัสดุ แต่ในส่วนของกองทัพก็มีการนำที่ดินราชพัสดุมาทำ แต่ต้องไปเช่ากับกรมธนารักษ์ แต่กำลังพลบางส่วนไม่ชอบ เพราะไม่ได้สิทธิของที่ดิน และไม่สามารถนำไปขายต่อได้ แต่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ตามสัญญา 30 ปี" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวและว่า ในขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ดินส่วนตัวแม่ยายของคู่กรณีเป็นคนจัดสรรที่ดินข้างนอก ใครสนใจก็มาซื้อ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุอยู่ระหว่างรอการสอบสวนคนกลางคือคนที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นนายหน้าที่รับเงินไปแล้วไม่จ่ายตามสัญญา



ด้าน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา มอบเงินบริจาคจากผู้ใจบุญมีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายกราดยิงประชาชน จำนวน 27 ราย ๆ ละ 1 ล้านบาทโดยทำพิธีมอบที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตชาว จ.นครราชสีมา 17 ราย และโอนเงินผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตในจังหวัดต่าง ๆ อีก 10 ราย

โดยก่อนหน้านี้ได้มอบเงินช่วยเหลือไปก่อนแล้ว 3 แสนบาท และวันนี้มอบเพิ่มอีก 7 แสนบาท ให้ครบตามจำนวน 1 ล้านบาท ด้านครอบครัวผู้เสียชีวิตยังอยู่ในอาการโศกเศร้าต่อการจากไปของคนในครอบครัว ขณะที่หลายคนก็มีกำลังใจดีขึ้น ตื้นตันใจที่มีพี่น้องชาวไทยจากทั่วประเทศมอบเงินช่วยเหลือ แต่มูลค่าเงินที่ได้รับมา เทียบไม่ได้กับชีวิตที่ต้องสูญเสียไป

นายวิเชียร  กล่าวว่า สำหรับยอดเงินบริจาคจากพี่น้องชาวไทยพุ่งสูงถึง 68 ล้านบาท ที่นำมาช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งสร้างขวัญกำลังใจให้กลับมา และนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย ฝากให้ช่วยดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกคน จากนั้นจะเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยเร็วที่สุด และหลังจากนี้จะมีเงินช่วยเหลือจากทางราชการตามลำดับต่อไป




กระทั่งช่วงค่ำได้มีการเปิดคลิปวงจรปิดโหดเหี้ยมเกินบรรยาย วินาที "จ่าคลั่ง" จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา เดินถือปืนขึ้นไปที่ห้องเก็บคลังอาวุธในค่ายทหาร ก่อนจะทำทีเป็นพูดคุยกับ พลทหารเมธา เลิศศิริ หรือพลทหารแบงก์ ที่ประจำการเป็นทหารเวรอยู่หน้าประตูคลังอาวุธ

จากนั้นไม่แน่ชัดว่า "จ่าคลั่ง" สั่งอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำให้ พลทหารแบงก์ เดินมุ่งหน้าจะเข้าไปที่ประตูอีกด้านหนึ่ง พอสบโอกาสเผลอ "จ่าคลั่ง" จึงยกปืนขึ้นยิงพลทหารแบงก์จากทางด้านหลัง 2 นัด จนร่างร่วงกับพื้น ก่อนที่จะยิงกุญแจห้องคลังอาวุธจนแตกและเข้าไปขโมยปืนดังกล่าวนำไปสู่การกราดยิงผู้คนที่ห้างเทอมินอล

สำหรับคลิปดังกล่าวไม่ได้ต้องการจะนำเสนอเพื่อให้เห็นถึงความรุนแรงซ้ำเติมจิตใจ แต่ต้องการให้เห็นว่าคนร้ายใช้วิธีใดในการปล้นปืนจากคลังอาวุธ มันยากหรือง่ายแค่ไหนในการปล้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างมาตรฐานหรือมาตรการที่เข้มแข็งรัดกุมมากกว่านี้ อีกทั้งเหตุการณ์ปล้นปืนยังอยู่ในกระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงการป้องกันคลังอาวุธด้วย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%