อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

พบ'เฮียตี๋'ทำกลอนห้องใหม่ ซีลพลาสติกใสอุดตามช่อง

ตำรวจพบก่อนเสียชีวิตยกครัว "เฮียตี๋" สั่งทำกลอนประตูห้องใหม่ ใช้พลาสติกใสซีลอุดตามช่องประตู-หน้าต่าง ป้องกันอากาศไม่ให้เข้าหรือออกได้ คาด 1 เดือนรู้ผลสารพิษ-ยากล่อมประสาท จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 21.00 น.


จากกรณีนายกัณตภณ แป้นวงศ์ อายุ 40 ปี หรือ เฮียตี๋ เจ้าของเต็นท์รถกัณตภณออโต้ กินยาพิษและรมควันตัวเองพร้อมคนในครอบครัวเสียชีวิตรวม 5 ศพ ซึ่งมีภรรยา ลูกชายวัย 13 ปี แม่และพี่สาว และสุนัขอีก 6 ตัว ภายในบ้านพัก ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สาเหตุจากเครียดเรื่องปัญหาหนี้สินจำนวนมากและหาทางออกไม่ได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ก.พ.พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ  กล่าวว่า ภาพรวมของคดีที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุชัดเจนว่า ไม่พบความผิดปกติจากสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากมีการล็อกกลอนจากภายในห้อง ซึ่งจากการสอบสวนพยานแวดล้อม พบว่าก่อนเกิดเหตุ 1-2 วัน พบเฮียตี๋สั่งให้ทำกลอนภายในห้องใหม่ พร้อมมีการนำพลาสติกแบบกันกระแทก และพลาสติกใส มาอุดตามช่องประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันอากาศไม่เข้ามาภายใน หรือจากภายในออกไปภายนอกได้ 

พ.ต.ท.ภาคภูมิ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุในห้องนอนจุดพบผู้เสียชีวิต 5 ราย พร้อมสุนัข 6 ตัว มีการล็อกกลอนประตูถึง 2 ชั้นทั้งกลอนเก่าและกลอนใหม่ ก่อนมีการเปิดแอร์  จุดไฟเตาอั้งโล่จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครมาทำอะไรได้ ในกรณีการฆ่าตัวเสียชีวิตยกครัวนี้ และผลจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุสอดคล้องกันไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ



อย่างไรก็ตาม จากการตรวจชันสูตรพลิกศพ ไม่พบสารพิษในกระเพาะอาหาร ทางตำรวจจึงต้องพิสูจน์ว่า การตายผิดธรรมชาติหรือผิดอาญาหรือไม่ แน่นอนว่าทั้ง 5 คนทราบว่าจะต้องฆ่าตัวเสียชีวิต แต่ต้องดูว่าใครเป็นคนลงมือในการก่อไฟ ให้เกิดการเสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งคนลงมือจะมีความผิดอาญาด้วย ที่กระทำการทำให้ผู้อื่นขาดอากาศหายใจ จนเกิดการเสียชีวิต 



หากผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ออกมา พบว่าหลักฐานต่างๆมีเพียงรอยนิ้วมือของเฮียตี๋เพียงคนเดียวก็จะกลายเป็นผู้กระทำผิดทางอาญาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนอีก 4 รายที่เสียชีวิต จะได้รับค่าชดเชยสินไหมจากกระทรวงยุติธรรม เป็นค่าสินไหมจากเหยื่ออาชญากรรมวงเงิน 1 แสนบาทต่อราย ทั้งนี้ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์คาดว่าผลจะทราบใน 1 เดือนว่า มีสารพิษหรือสารยากล่อมประสาทชนิดใดอยู่ภายในเลือดด้วยหรือไม่ และจะมีการตรวจลายนิ้วมือ ในการซีลพลาสติกว่า มีรอยมือของใครที่ทำบ้าง สำหรับคดีนี้เราคงต้องมีความละเอียดรอบคอบ ต้องมีการแยกสารพิษในเลือด 4-5 คน คาดว่าคงต้องใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า 1 เดือนอาจนานถึง 2 เดือนหน้าจะสรุปผลได้


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22