อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

#saveแหม่มโพธิ์ดำไร้ผล! พปชร.แจ้งความเอาผิดแอดมิน

"สนธิญา สวัสดี" สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เข้าแจ้งความตำรวจ บก.ปอท. หาตัวแอดมินเพจ"แหม่มโพธิ์ดำ" มาสอบสวนเรื่องข้อมูลกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้าน ซัดอาจเป็นข้อมูลเท็จ ถ้าเจอตัวจะเอาผิดพ.ร.บ.คอมพ์ซ้ำ พุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 12.40 น.


จากกรณีเพจแหม่มโพธิ์ดำ ออกมาเปิดเผยข้อมูลการกักตุนหน้ากากอนามัย เอาไปส่งขายต่างประเทศซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดข้าราชผู้ใหญ่ในรัฐบาล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้ากากอนามัยไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนรพ.ต่าง ๆ ในประเทศต้องเปิดรับบริจาค ขณะที่เหล่าชาวเน็ตต่างติด #saveแหม่มโพธิ์ดำ เพราะเกรงว่าจะมีการข่มขู่คุกคามแอดมินเพจหลังออกมาให้ข้อมูล

ขณะที่ฝ่ายพ่อค้าหน้ากากอนามัยคู่กรณี ออกมาให้การตอบโต้ทำนองว่า เป็นการเข้าใจผิด อีกทั้งบุคคลในรัฐบาลที่ถูกเชื่อมโยงไปถึงต่างให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับพ่อค้าดังกล่าว โดยเรื่องทั้งหมดยังอยู่ในระหว่างการรอสอบสวน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น



เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อขอให้ตรวจสอบเพจแหม่มโพธิ์ดำ หลังโพสต์เรื่องราวของ นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ "เสี่ยบอย ที่อ้างตัวว่า รู้จักผู้ติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหนึ่ง ที่มีหน้ากากอนามัยกว่า 200 ล้านชิ้น



นายสนธิญา กล่าวว่า ก่อนอื่นตนยอมรับในการทำงานหลังได้ติดตามเพจแหม่มโพธิ์ดำมานาน แต่เมื่อได้นำเรื่องของเสี่ยบอยกักตุนหน้ากาก 200 ล้านชิ้น มาโพสต์เผยแพร่จนมีผู้คนแชร์เป็นจำนวนมาก จนอาจจะเกิดความวุ่นวายตามมา ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากตนทราบข้อมูลมาว่า ประเทศไทยมีโรงงานผลิตหน้ากากทั้งประเทศอยู่ 13 แห่ง ผลิตได้วันละ 1.2 แสนชิ้น

หากจะมีหน้ากากมากขนาดนั้นได้ต้องสั่งซื้อจากโรงงานทั่วประเทศมาไม่ต่ำกว่า 7 เดือน แต่สถานการณ์ไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาดเพิ่งจะผ่านมา 2 เดือนนี้ จึงต้องการให้ บก.ปอท. ตรวจสอบเพจแหม่มโพธิ์ดำเนื่องจากมีโปรไฟล์ที่ไม่ชัดเจน ไม่มีรูปปัจจุบัน ไม่มีเบอร์โทรศัพท์หรือสถานที่ติดต่อ เป็นใครก็ไม่รู้



นายสนธิญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เพจแหม่มโพธิ์ดำยังเปิดรับบริจาคเงินได้เกือบ 1 ล้านบาทจากบุคคลแวดวงต่าง ๆ และจัดซื้อหน้ากากภายในคืนเดียว 2.5 หมื่นชิ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะสินค้าดังกล่าวอยู่ในหมวดสินค้าคุ้มครองของกรมการค้าภายใน ถามว่าไปเอามาจากที่ใด และหลังเกิดเรื่องขึ้น เพจแหม่มโพธิ์ดำก็ปิดตัวไป ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้ง ตนมองว่าเพจแหม่มควรให้ชัดเจนทุกอย่าง หลังจากนี้เมื่อทราบตัวแล้วตนจะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้ง 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    31%
  • ไม่เห็นด้วย
    69%

บอกต่อ : 132