อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

แม่วัย14เผยนาทีแขวนคอฆ่าลูก ลั่นถ้าย้อนเวลาได้จะไม่ทำ

แม่วัยใสเผยนาทีตัดใจแขวนคอลูกชาย 1 ขวบ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำ!! เหตุคิดไม่ตกรับไม่ได้ถูกแม่ดุด่า พ่อเลี้ยงทุบตีเพราะเอาลูกไปให้เลี้ยงก่อนหนีเที่ยวหลายวัน เป็นประจำ ล่าสุดตำรวจส่งตัวเข้าสถานพินิจแล้ว   พุธที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 16.00 น.


เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พ.ต.อ.ธำรงชัย ไล้ทองดี ผกก.สภ.เซกา จ.บึงกาฬ เปิดความคืบหน้าคดีแม่วัยใส อายุ 14 ปี น้อยใจพ่อเลี้ยงลงมือทำร้ายลูกชาย 1 ขวบ เสียชีวิต ว่า คดีนี้ได้สอบปากคำด.ญ.เอ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุทราบว่า น้อยใจพ่อเลี้ยงและแม่ที่ดุด่าตัวเองที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนโดยทิ้งลูกไว้กับพ่อเลี้ยงและแม่ดูแล หลังถูกดุด่าได้นั่งร้องไห้อยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่า ถ้าหากไม่มีลูกคนนี้ก็คงจะดีกว่า เลยใช้เชือกผูกกับขื่อบ้านแขวนคอลูกชายจนเสียชีวิต จากนั้นกลัวความผิดจึงใช้ผ้าห่มห่อศพลูกชายและนำไปซ่อนไว้หลังห้องน้ำหลังบ้านด้วยการใช้รถเข็นทับศพไว้ และโทรศัพท์ไปหาเพื่อนให้มารับไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา วันต่อมาจึงกลับมาดูศพลูกแต่ได้พบกับตำรวจจึงแสดงตัวว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ และบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำแบบนี้

โดยสาเหตุครั้งนี้เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ด.ญ.เอ ถูกแม่ของตนเองดุด่าและพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย ด้วยความคิดไม่ตกและโมโหจึงก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุแก่ความตาย พร้อมเตรียมส่งศพเด็กไปให้แพทย์ชันสูตรที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม 



ด้านยายของเด็กที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันก่อนที่จะเกิดเหตุตนได้มีเรื่องทะเลาะกับลูกสาวจริง ทำให้ลูกสาวไม่พอใจหนีออกจากบ้าน ที่ผ่านมามีเรื่องทะเลาะกันแบบนี้เป็นประจำ เวลาที่ลูกสาวหนีออกจากบ้านก็จะนำหลานชายออกไปด้วย บางทีก็นำไปไว้กับเพื่อนบางทีก็นำไปไว้กับพ่อของเด็กที่เลิกกันไปแล้วบ้าง โดยทำเป็นประจำ หลังจากนั้น 1-2 วัน ก็หอบลูกกลับมาให้ตนเลี้ยงเช่นเดิม ซึ่งก็ทำมาหลายครั้งแล้ว

ล่าสุดวันนี้พนักงานสอบสวนได้นำตัวด.ญ.เอ ส่งสถานพินิจจังหวัดบึงกาฬ และให้สหวิชาชีพเข้าดูแลทางด้านจิตใจของเด็กสาวรายนี้ต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 45