อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

รับศพด.ญ.เหยื่อ'จิตรลดา' 'ย่า-พ่อ'เป่าเค้กวันเกิดหน้าโลง

ญาติรับศพด.ญ.เหยื่อมีด”จิตรลดา”พ่อ-ย่า" ร่ำไห้ สุดสะเทือนใจ ร้องเพลง เป่าเค้กวันเกิดหน้าโลงศพ อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 20.40 น.

 
จากกรณี น.ส.จิตรลดา (สงวนนามสกุล)อายุ 51 ปี ใช้มีดแทง ด.ญ.วัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต เหตุภายในร้านอาหารตามสั่ง ต.วัดแค อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทั้งนี้ น.ส.จิตรลดา เคยก่อเหตุแทงเด็กนักเรียนเจ็บ 4 คนในโรงเรียนพื้นที่ กทม. เมื่อปี 2548 ศาลพิพาษาจำคุก 8 ปี แต่ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 4 ปี และให้ส่งตัวไปบำบัดอาการป่วยที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่  31 มี.ค.พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้เรียกญาติทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงเรื่องการเยียวยา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนทั้ง 2 ฝ่าย จะเดินทางกลับ โดยพูดเพียงสั้นๆ ว่า เราเข้าใจกัน ไม่มีอะไรอยู่แล้ว พึงพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

ด้านนางสาลี่ อวนมิน  ย่าของ ด.ญ.วัย 5 ขวบ ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกแทงจนเสียชีวิต เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาคุยกันเรื่องการเยียวยาและค่าทำศพ ครอบครัวผู้ก่อเหตุ ก็แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราก็ไม่ติดใจ เพราะครอบครัวเราก็รักกันอยู่แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะบอกตัวเลข ส่วนเรื่องคดีก็ดำเนินการไปตามกฎหมายเหมือนเดิม ซึ่งเราก็ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สรุปครอบครัวเขาก็ไม่ได้มีการกักขังผู้ก่อเหตุ เพราะเจ้าตัวก็ไม่มีอะไรผิดปกติ



จากนั้นนางสาลี่พร้อมครอบครัว เดินทางไปรับศพด.ญ.เหยื่อน.ส.จิตรลดา กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดกลางคูเวียง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พร้อมนำชุดสีชมพูที่น้องชอบ ไปเปลี่ยนให้น้องก่อนออกจากโรงพยาบาล โดยมีกำหนดสวดพระอภิธรรมศพตั้งแต่คืนนี้ ถึงวันที่ 4 เม.ย. เวลา 16.00 น. และจะประกอบพิธีฌาปนกิจ ณ เมรุวัดกลางคูเวียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนจะปิดโลงศพพ่อของน้องผู้เคราะห์ร้าย ได้นำขนมเค้กมาให้กับลูกสาว และร่วมกับคนในครอบครัว ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับด.ญ.เหยื่อน.ส.จิตรลดา ซึ่งครบ 5 ขวบ เมื่อวันที่  31 มี.ค. ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติ จากนั้นทั้งหมดได้ร้องเพลงวันเกิดทั้งน้ำตา



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เยียวยาญาติเหยื่อ'จิตรลดา' คลั่งแทงหนูน้อย 5 ขวบดับ...

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    12%
  • ไม่เห็นด้วย
    88%

บอกต่อ : 50