อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ดีเอสไอตามรวบแกนนำนปช. ก่อนคดีหมดอายุความ2วัน

’ดีเอสไอ’ตามรวบ พ.ต.ต. เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำ นปช.ชุมพร คดีบุกอาคารรัฐสภาปี 53 เตรียมส่งอัยการเร่งฟ้องก่อนหมดอายุความ 7 เม.ย. จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 06.12 น.


เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นชุดสืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 44 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร

สามารถจับกุม พ.ต.ต. เสงี่ยม  สำราญรัตน์ แกนนำนปช.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาในคดีบุกรุกอาคารรัฐสภาเมื่อปี พ.ศ. 2553 ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 12 หมู่ 7 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

โดยมีการนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจวัดอุณหภูมิที่รพ.ปากน้ำชุมพร พบว่ามีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการไข้ ไม่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อโควิด–19 จึงนำตัวมาควบคุมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และจะประสานงานพนักงานอัยการ เพื่อเร่งฟ้องคดีภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เนื่องจากคดีนี้จะครบกำหนดอายุความในวันดังกล่าว



นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงดำเนินการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมคดีพิเศษอย่างต่อเนื่อง ทั้งคดีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้และคดีที่ค้างเก่า

โดยเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และมีการปรับกำลังให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกนายจะต้องมีการป้องกันตนเองตามมาตรการเพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด 19 ในส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมไว้จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแล โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น และจัดเวรตรวจตราเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมผู้ต้องหาทุก 2 ชั่วโมง

 สำหรับห้องควบคุมผู้ต้องหาได้มีการทำความสะอาดพ่นฆ่าเชื้อโรคก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นไปตามมาตรการในการป้องกันโควิด 19 ให้มีความปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้มาติดต่อราชการ รวมทั้งการดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา ทั้งผู้เสียหาย พยาน และผู้ต้องหาระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    54%
  • ไม่เห็นด้วย
    46%

บอกต่อ : 52