อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

หนุ่มขับรถขนเครื่องบินทุกข์ใจ นายสั่งแต่รับกรรมคนเดียว

โชเฟอร์รถเทรลเลอร์ขนซากเครื่องบินร้อง “ปวีณา” ถูกกล่าวหาประมาททำคนตาย ทั้งที่ทำตามคำสั่งนายจ้าง ขณะที่เด็กขนซากวัย 15 ปี แฉนายจ้างใช้แรงงานเด็กเสี่ยงอันตรายจนเสียชีวิต 1 ราย และเจ็บ 4 ราย อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.00 น.


กรณี นางแตง อายุ 40 ปี พร้อมนางต่าย อายุ 33 ปี และนายกรณ์ อายุ 16 ปี (ทั้งหมดนามสมมุติ) เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความเป็นธรรมกรณีนายจ้างไม่รับผิดชอบหลังไปทำงานขนย้ายซากเครื่องบินแล้วเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าดูดเป็นเหตุให้ นายเก่ง อายุ 20 ปี ลูกชายของนางแตง เสียชีวิต และนายกรณ์ได้รับบาดเจ็บ โดยการทำงานเป็นไปตามคำสั่งของนายจ้าง เหตุเกิดบนถนนทางเข้าลานเก็บซากเครื่องบินใน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ค.63  

ล่าสุดวันที่ 31 พ.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายบอล อายุ 36 ปี กับนางเบญ อายุ 32 ปี (ทั้งสองนามสมมุติ) สองสามีภรรยาอาชีพขับรถเทรลเลอร์ และนายติ่ง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เด็กขนซากเครื่องบิน พร้อมผู้ปกครอง เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ โดย นายบอล เล่าว่า ตนเป็นคนขับรถเทรลเลอร์ที่ขนซากเครื่องบินคันที่เกิดเหตุ ขณะนั้นมีรถที่ขนซากเครื่องบินทั้งหมด 3 คัน ขับตามกันไป คันที่ 1 เป็นรถเทรลเลอร์ คันที่ 2 เป็นรถ 12 ล้อ และคันที่ 3 ที่ตนเองขับเป็นรถเทรลเลอร์ เมื่อไปถึงทางเข้าลานเก็บซากเครื่องบิน มีสายไฟพาดผ่านอยู่ด้านหน้า รถทั้ง 3 คันจึงหยุดจอดไม่วิ่งฝ่าเข้าไป ขณะที่นายจ้างซึ่งขับมาตามมาด้วยตลอดทางเห็นเหตุการณ์ได้ใช้วิทยุสื่อสารสั่งการให้เด็ก 5 คน ที่ทำหน้าที่ขนซากซึ่งนั่งมาด้วยกับรถทั้ง 3 คัน ลงมาช่วยกันหาอะไรมาเขี่ยค้ำยันสายไฟเพื่อให้รถผ่านไป



นายบอล กล่าวต่อว่า นายจ้างเป็นคนดูทาง ดูระยะห่างของสายไฟให้และสั่งการให้คนขับแต่ละคันขับเข้าไปในลานจอด ซึ่งรถเทรลเลอร์คันแรกขับเข้าไปได้ไม่มีปัญหา ส่วนรถคันที่ 2 รถ 12 ล้อ นายจ้างได้สั่งให้เด็กขนซากช่วยกันใช้ไม่ค้ำยันดันสายไฟขึ้นจนรถสามารถขับเข้าไปได้ พอถึงรถคันที่ 3 ที่ตนขับ นายจ้างได้สั่งให้เด็กขนซากเครื่องบิน 5 คน ปีนขึ้รถไปช่วยกันใช้ไม้ค้ำยันสายไฟขึ้นและนายจ้างได้ดูระยะห่างสายไฟพร้อมสั่งให้ตนค่อยๆ ขับรถเดินหน้าเข้าไป จนเกิดเหตุไม่คาดคิดเพราะไฟฟ้าช็อตเด็กๆ ทั้ง 5 คน บางคนถูกไฟดูดติดอยู่บนรถ บางคนกระเด็นตกลงมาที่พื้นถนนได้รับบาดเจ็บกันทั้ง 5 คน ซึ่งต่อมานายเก่ง อายุ 20 ปี ลูกชายของนางแตง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็เสียชีวิตลง
 
"วานนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งกับผมว่า จะต้องให้ผมไปสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับบาดเจ็บสาหัส และผมก็ไม่ได้ขับรถฝ่าเข้าลานจอดหรือทำคนตายที่ไหน ทั้งหมดนายจ้างเป็นคนสั่งการ และเป็นคนดูทางให้ ผมไม่ได้อยู่ในวิสัยที่จะตัดสินใจเองได้เพราะนายจ้างเป็นหัวหน้า เหตุนี้เราจึงจำต้องเชื่อฟังและทำตาม ทำไมผมต้องมารับกรรมถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคนที่ไม่มีทางสู้ แต่ทำไมคนที่เป็นนายจ้างไม่ถูกดำเนินคดีด้วย ผมทำงานกับนายจ้างมาร่วม 4 เดือน รู้ว่านายจ้างเป็นคนมีชื่อเสียงรู้จักคนใหญ่คนโต เวลาให้ขับรถขนซากเครื่องบินไปที่ไหนตลอดเส้นทางจะไม่เคยถูกตำรวจเรียกตรวจเลยสักครั้ง แม้กระทั่งวันเกิดเหตุวิ่งในช่วงเวลาเคอร์ฟิวจาก จ.ชลบุรีไ ป อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เรียกตรวจเลยตลอดเส้นทาง แล้วคนจนๆ อย่างผมจึงต้องมารับกรรม ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเรียกร้องให้ความเป็นธรรมด้วย" นายบอล กล่าว 



ขณะเดียวกัน นายติ่ง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เด็กขนซากเครื่องบินที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำและสอบสหวิชาชีพแล้ว ซึ่งพร้อมจะเป็นพยานให้กับเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม กล่าวว่า ตอนที่ไปถึงหน้าทางเข้าลานจอดซากเครื่องบินซึ่งมีสายไฟฟ้าพาดผ่าน รถขนซากทั้ง 3 คน ได้หยุดจอดอยู่หน้าทางเข้า โดยมีคนดูแลลานจอดออกมาบอกว่าก่อนหน้านี้ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาเคลื่อนย้ายสายไฟแล้วให้รอเจ้าหน้าที่มาก่อนอย่าพึ่งเข้ามานำรถ แต่นายจ้างก็บอกว่ายังไงก็ต้องให้รถเข้าไปให้ได้ พร้อมสั่งการทางวิทยุสื่อสารให้พวกตน 5 คน ปีนขึ้นไปบนรถหาอุปกรณ์เขี่ยสายไฟฟ้าและค้ำยันเพื่อให้รถผ่านไปให้ได้ และนายจ้างยังรถมาจากรถคอยดูทางดูสายไฟให้และยืนยันว่าสายไฟพ้นแล้วให้ขับเข้าไปได้จนกระทั่งมาเกิดเหตุ

“ผมมาทำงานอยู่กับนายจ้างได้ปีเศษ โดยทำงานตั้งแต่อายุ 14 ปีเศษจนกระทั่งมาถึงตอนเกิดเหตุ ที่ผ่านมาใช้ชีวิตกินนอนอยู่ที่ออฟฟิศในคลังสินค้า 3 ดอนเมือง เพื่อนร่วมงานก็จะเป็นเด็กเยาวชนหรือหนุ่มๆ เพราะต้องทำงานหนัก ทำทุกอย่างที่เจ้านายสั่งใช้รื้อซากเครื่องบิน ขนซากเครื่องบินไปตามที่ต่างๆ ต้องเสี่ยงอันตรายตลอด บางครั้งนายจ้างจะให้ใช้แม่แรงยกเครื่องบินเพื่อบรรทุกขึ้นรถเทรลเลอร์ซึ่งต้องใช้คนประมาณ 4 คน ใช้แม่แรงพร้อมๆ กัน แทนที่จะจ้างรถเครนมายก หากแม่แรงเกิดขัดข้องหรือทั้ง 4 คน เกิดมีใครผิดพลาดซากเครื่องบินอาจตกมาทับเสียชีวิตหรือเจ็บก็ได้ และงานก็จะไม่เป็นเวลา บางวันทำตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงตี 1 ตี 2 บางวันกลางดึกนายจ้างก็ปลุกเรียกมาทำงาน ช่วงที่มีงานจะลาหยุดลาป่วยไม่ได้เลยต้องอดทนทำงานจนเสร็จ ส่วนค่าแรงก็ไม่แน่นอน" นายติ่ง กล่าว 


 
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยอธิบดีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบในเรื่องการใช้แรงงานเด็กที่เสี่ยงอันตรายและผิดกฎหมายแรงงาน และเรียกร้องค่าแรงที่นายจ้างยังจ่ายไม่ครบ พร้อมให้ประกันสังคมเรียกนายจ้างมาขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน โดยในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานายติ่ง อายุ 15 ปี และผู้ปกครองไปพบเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน สำหรับทางด้านคดี นางปวีณา จะได้ประสาน พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ช่วยเข้ามาให้ความเป็นธรรมตรวจสอบค้นหาความจริงด้านคดี โดย นางปวีณา จะติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดต่อไป.

ร้อง'ปวีณา'ลูกดับนายจ้างเฉย!! 'โหด'สั่งทำงานใครขัดเจอปืนขู่          

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37