อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

ซิวแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน พบ1ปี-มีเงินหมุนกว่า280ล้านบาท

ตม.1รวบเครือข่ายCall Center ชาวแอฟริกัน ลวงหญิงไทยให้โอนเงิน พบแค่ภายใน 1 ปีมีเงินหมุนเวียนกว่า 280 ล้าน พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 18.17 น.


เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่  แถลงกรณีตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 จับกุมหญิงสาวชาวไทย 1 คน และผู้ชายชาวไนจีเรีย 2 คน ผู้ต้องหาขบวนการเครือข่าย Call Center ชาวแอฟริกัน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ

โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ซึ่งทาง พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่  ทำการสืบสวนข้อมูลและขยายผลเกี่ยวกับการกระทำความผิด ของคนต่างด้าวสัญชาติเป้าหมายตามนโยบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลสัญชาติแอฟริกัน ที่เดินทางเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมักจะมีพฤติการณ์ใช้สื่อโซเชียล หลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยด้วยวิธีการต่างๆ เช่น หลอกให้ลงทุน หรือหลอกลวงว่าจะมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดยส่งทรัพย์สินราคาแพงมาให้ และให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อรับทรัพย์สินดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อหลงกลโอนเงินไป สูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาท
 
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า  ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.สส.บก.ตม.1 ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย และเฝ้าติดตามบัญชีธนาคารต้องสงสัย จนได้หลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการ  4 ราย เป็นหญิงไทย 1 ราย และคนสัญชาติไนจีเรียอีก 3 ราย โดย 1 ใน 3 ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปก่อนหน้าที่จะออกหมายจับ และต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 3 ราย เป็นหญิงไทย 1 ราย ซึ่งทำหน้าที่เป็นม้าไปคอยตระเวนกดเงิน ขณะไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม.แถวถนนเสรีไทย ส่วนชาวไนจีเรียอีก 2 คน จับได้ที่ออฟฟิตแห่งหนึ่ง ย่านประตูน้ำ



“จากการสืบสวนขยายผลพบมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย และมี 1 ราย สูญเงินไปกว่า 1,400,000 บาท เหตุเกิดที่ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานงานให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้เสียหายแจ้งความประสงค์เข้าแจ้งความแล้วที่ สน.วังทองหลาง, สภ.เมืองภูเก็ต, สภ.ดอนหว่าน ภ.จว.มหาสารคาม และ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และจากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีของคนในกลุ่มเครือข่ายนี้พบว่าในภายใน 1 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 280 ล้านบาท”พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ เว็บไซต์ www.immigration.go.th
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 38