อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

ตร.เชือดโชว์"9เฟกนิวส์" แชร์ข่าวปลอมจำคุก-ปรับอ่วม

ศปอส.ตร. แถลงโชว์ผลงาน ไล่จับ"นักแชร์ข่าวปลอม" 9 ราย มีโทษทั้งจำและปรับ โวทำคนสร้าง"เฟกนิวส์"ลดลงเพียบ ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 เวลา 15.27 น.


เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส. บช.ปส. หัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแถลงผลการปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการดำเนินการโดยการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 
ในห้วงระหว่างวันที่ 25 พ.ค. ถึง 5 มิ.ย. ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม  ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อประเทศ มีการจับกุมผู้กระทำผิดได้ 9 รายด้วยกัน
 


รายที่ 1 จับกุม นางฉวีวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่ามีหญิงป่วยหนักโควิด-19 ล้มกลางห้างดังเมืองระยอง ได้ที่จ.ระยอง
รายที่ 2. จับกุม นายศรไกร (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า กระเทียมไทยช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.สุพรรณบุรี
 
รายที่ 3 จับกุม น.ส.อฤทธิสา (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า ขิง น้ำกระชาย ผสมน้ำผึ้งมะนาว ช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.ชลบุรีและอีก 6 ราย ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน คือ รัฐหลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเพื่อจะเรียกเก็บภาษี ได้ที่ จ.อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, นครราชสีมา, สมุทรปราการ, ลำปาง และนครศรีธรรมราช จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า เป็นผู้โพสต์จริง แต่ไม่ทราบว่าข้อมูลที่ได้รับมาเป็นข่าวปลอม ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมกับยืนยันว่าจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดก่อนที่จะโพสต์
        
พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวอีกว่า ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการโพสต์ข่าวปลอม เพราะจะถูกดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามหลังมีการดำเนินคดีกับผู้สร้างความปลอมตั้งแต่เดือน ม.ค.-ปัจจุบัน ทำให้มีผู้กระทำความผิดสร้างข่าวปลอมลดลงอย่างเห็นได้ชัด. 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 42