อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

ลูกบรรยินปัดเอี่ยวแผนแหกคุก จ่อจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม

ลูกชาย "พ.ต.ท.บรรยิน" เข้าให้ปากคำกับตำรวจกองปราบปราม ยันไม่รู้เห็นแผนการแหกคุก อ้างที่โทรหาลูกน้องคนสนิทพ่อ เพราะฝ่ายพ่อต้องการให้ไปเยี่ยม ด้านตำรวจประชุมทางคดี ก่อนเตรียมแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.41 น.


เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ลูกชาย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สัณห์เพ็ชร หนูทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวนบก.ป. พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย รอง ผกก.1 บก.ป.ตามหมายเรียกเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานคดีการวางแผนชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำ

หลังพบว่า นายวรภัทร์ เคยเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ นายณัฐพล นรการ หรือ ท็อป อายุ 30 ปี ลูกน้อง พ.ต.ท.บรรยิน หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว รวมถึงเคยมีการโทรศัพท์ติดต่อหากันในช่วงก่อนที่แผนการดังกล่าวจะถูกเปิดโปงขึ้นมา โดยใช้เวลานานการสอบปากคำนานร่วม 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

โดย นายวรภัทร์ กล่าวว่า แผนชิงตัวดังกล่าวนั้นตนไม่ทราบและยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครทราบ อยากให้สื่อมวลชนลองประเมินกันเองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ส่วนตัวนั้นมองว่าไร้สาระ ทุกวันนี้ยังรู้สึกสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อ เพราะคดีความทั้งหมดนั้นยังไม่สิ้นสุด แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้พ่อตนถูกบีบบังคับ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตนไปรู้จักกับนายท็อป ลูกน้องของพ่อที่อยู่ร่วมในแผนการครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อนกัน เจ้าตัวอาจจะไปพูดเองหรือไม่ เพราะข้าวสักมื้อตนก็ยังไม่เคยกินด้วยกัน เพียงแต่เคยไปเจอกันที่หน้าเรือนจำ ตอนที่ตนไปเยี่ยมพ่อและถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของพ่อเท่านั้น เพราะนายท็อป ถูกขังอยู่แดนเดียวกับพ่อ แต่ยอมรับว่าเคยได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปกันมาก่อน



ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองรอง ผบก.ป. กล่าวว่า สำหรับ จากแนวทางสืบสวนพบว่าภายหลังจากนายณัฐพล หรือท็อป ได้รับการประกันตัวออกมานั้นก็ได้มีการติดต่อมาหา นายวรภัทร์ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ว่าเป็นการติดต่อพูดคุยเรื่องใด รวมถึงยังพบอีกว่า นายวรภัทร์ และ นายณัฐพล เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยานคดีดังกล่าว

ส่วนความคืบหน้าทางคดีส่วนอื่น ๆ พนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ต้องขังรวม 2-3 ราย ทั้งหมดต่างให้การสอดคล้องกันว่า พ.ต.ท.บรรยิน ได้วางแผนการดังกล่าวจริง โดยในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) จะมีการประชุมชุดทำงานคลี่คลายคดีอีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำ นายวรภัทร์ ให้การว่า การที่นายณัฐพล เคยให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนถูกจับกุมตัวว่า เป็นเพื่อนเรียนด้วยกันกับตนนั้น เป็นการกล่าวอ้างของนายท็อปเอง นายวรภัทร์ไม่รู้เรื่องด้วย เพราะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายท็อปมาก่อน พึ่งมารู้จักกันตอนมาเยี่ยม พ.ต.ท.บรรยิน ที่เรือนจำแล้วพบเจอกัน เพราะ นายท็อป จะอ้างว่าอยู่แดนเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน และคอยดูแลปรนนิบัติอย่างดี จึงแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกันไว้คอยถามไถ่ความเป็นอยู่ของ พ.ต.ท.บรรยิน

ส่วนการที่ นายท็อป โทรศัพท์ติดต่อมาหา นายวรภัทร์ ภายหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมาจากเรือนจำนั้น เพราะ พ.ต.ท.บรรยิน สั่งให้โทรศัพท์มาบอกให้ลูกชายเข้าไปเยี่ยมเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรับทราบถึงแผนการชิงตัวดังกล่าวแต่อย่างใด



รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนได้มีการเรียกสอบปากคำพยานบุคคลต่าง ๆ ไปหลายราย พร้อมทั้งสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่าง ๆ แล้วนั้น ในเร็ว ๆ นี้ทางพนักงานสอบสวนจะมีการประขุมติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง

เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ เพิ่มเติม หลังพบว่านอกเหนือจาก พ.ต.ท.บรรยิน แล้วยังมีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดดังกล่าวนี้ด้วย นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการออกหมายเรียกเชิญตัวนายกรณ์ กันเที่ยง ทนายความที่ประกันตัวนายสุธน หรือโจ กลับมาให้ปากคำเพิ่มเติมใหม่อีกหรือไม่ เนื่องจากคำให้การในครั้งแรกยังมีข้อติดใจสงสัยในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดทางคดี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31