อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

คุมผัวหึงโหดยิง"3ศพ"ทำแผน ฝากขัง"พ่อเหยื่อ"ลั่นไม่ให้อภัย

ตำรวจคุมตัวผัวหึงโหดยิงเมีย-ญาติดับสลด 3 ศพ ทำแผนฝากขัง พ่อเหยื่อลั่นไม่ให้อภัย อยากให้ประหารชีวิต เชื่อลูกสาวไม่ได้เป็นอย่างที่มือปืนกล่าวหา เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.26 น.


เมื่อวันที่ 4 ก.ค.พ.ต.อ.วรเพชร  เพชรบรม ผกก.สภ.เมืองนครพนม  พ.ต.ท.จีรุฎฐ์  พิมพ์พา รอง ผกก.สืบสวน  พร้อมเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายนพดล น่วมสำลี  อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาก่อคดีฆ่า 3 ศพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุ ยิงแฟนสาว คือ น.ส.สุจิตรา เชียงใบ หรือ ขิม  อายุ 23 ปี พร้อมพี่สาว คือ นางจิตรา เชียงใบ อายุ 25 ปี และแม่ คือ นางลาวัลย์ เชียงใบ อายุ 45 ปี  รวมเสียชีวิต 3 ศพ  โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา



สาเหตุจากความหึงหวง เกรงว่าแฟนสาวจะกลับไปคืนดีกับสามีเก่าจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน  ขณะขับรถกระบะไปจอดบริเวณถนน เลี่ยงเมืองมหาสิทธิโชค  ทางไปชุมชนบ้านเอื้ออาทร  ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ภายหลังแฟนสาวได้โทรศัพท์เรียกพี่สาว กับแม่ มาช่วย จึงเกิดทะเลาะมีปากเสียงทำร้ายร่างกายกัน เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาชักปืนออกมายิงทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายดังกล่าว หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ขณะขี่จยย.ไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ ทางตำรวจได้เร่งสอบสวนสรุปพยานหลักฐาน และเตรียมนำตัวไปเสนอฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว



ด้านนายไพจิตร เชียงใบ อายุ 60 ปี  พ่อและสามีผู้ตาย  กล่าวว่า ยอมรับยังทำใจไม่ได้ สูญเสียทั้งลูกสาวทั้ง 2 คน  และภรรยาอีก 1 คน ไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนี้ เพราะเห็นมาอยู่กินกับลูกสาวมาเป็นปี เห็นว่ารักชอบกันดูแลกันก็ดีใจ ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันขนาดนี้ ยืนยันไม่ขอให้อภัย และไม่อยากให้ประกันตัวออกมาเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะย้อนมาทำร้ายฆ่าตนเองอีก ขนาดช่วงหลังเกิดเหตุตนพยายามขับรถสามล้อไปถึงที่เกิดเหตุ ทางอดีตลูกเขยยังหันปืนมาทางตน และตะโกนว่าห้ามยุ่งเดียวจะยิงอีกคน อย่างไรก็ตามขอให้ไปชดใช้กรรม และขอให้รับโทษประหารชีวิตอย่างเดียว มั่นใจว่าลูกสาวไม่ได้เป็นอย่างที่มือปืนกล่าวหา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ถ้าไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวัง' ฉุนไม่คืนดียิง'ผู้หญิง'ตาย3ศพ..

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32