อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

ทลายแก๊งยานรก3คดียึดของกลาง 198ล้าน-แฉสอดไส้"ยาเคใส่กัญชา"

ตำรวจทลายเครือข่ายยานรก 3 คดี ยึดยาบ้าเฉียด 1.5 ล้านเม็ด รวมมูลค่ากว่า 198 ล้านบาท พร้อมยึดเครื่องอัดแท่งกัญชา และพบวิธีซุกใหม่ สอดไส้ยาเคใส่กัญชา อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.58 น.


เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย. เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส. พร้อมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า 1,486,000 เม็ด กัญชา 2,400 กิโลกรัม เคตามีน 6 กิโลกรัม รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด 198 ล้านบาท คดีที่ 1 จับกุมนายพีรพัฒน์ ชัยสุนทร อายุ 24 ปี น.ส.จริยา นิยมเพ็ง อายุ 24 ปีของกลางกัญชาอัดแท่ง 400 กก.รถตู้ฮุนได เอช 1 สีน้ำเงิน ในข้อหา”ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” จับกุมได้ที่ถนนนิตโย หน้าไปรษณีย์สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า  คดีที่ 2 จับกุมนายทรงกลด ศรีหะรัญ อายุ 40 ปี นายชัยศรี คงอักษร อายุ 63 ปีและ น.ส.รัชนก บุญทา อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด และรถยนต์กระบะอีซูซุ ในข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” จับกุมได้หน้าซอยทางเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย อ.เถิน จ.ลำปาง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ได้รับคำสั่งจากนายอิฐ ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง ที่ร่วมกันทำธุรกิจรับถมที่ดิน โดยได้ตั้งไลน์กลุ่มชื่อ “ทีมงานคนใต้นิ” โดยนายอิฐ สั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสามมานำรถกระบะของกลางดังกล่าวออกไป โดยให้ไปเอากุญแจรถที่ซ่อนไว้ในช่องของฐานรองแผ่นโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อที่สามแยกดอนไชย อ.เถิน จ.ลำปาง ก่อนขับรถไปตามคำสั่ง จนมาถูกจับกุม

ต่อมาชุดจับกุมขยายผลตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสามคน ยึดทรัพย์สินไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯได้เป็น บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง และโฉนดที่ดินอีกหลายรายการ มูลค่าประมาณ 18,000,000 บาท, รถยนต์1 คัน 500,000 บาท และ อายัดเงินในบัญชี 3,705,232 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ22,205,232 บาท

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า  คดีที่ 3 จับกุมนายมงคล ชนธนาศิลป์ อายุ 31 ปี นายธนบดี ยะคะเสม อายุ 48 ปีน.ส.บุษยาภรณ์ รังวิจี อายุ 36 ปี นายนิโรจน์ มิ่งขวัญ อายุ 35 ปี นายบุญพร้อม หลักหนองบุ อายุ 30 ปีและ น.ส.ภัทรชา ทวีวัน อายุ 38 ปี

พร้อมของกลางกัญชา 2,000 กิโลกรัม เคตามีน 6 กิโลกรัม รถกระบะ โตโยต้า ในข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ”จับกุมได้ริมถนนสายหนองหาน-กุมภวาปี หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ต่อเนื่องริมถนน หมู่ 7 ต.บ้านจืด อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี และพื้นที่หมู่ 5 ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี


 
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนจ.บึงกาฬ นำมาส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะใช้รถยนต์หลายคัน ชุดจับกุมจึงเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางถนนระหว่าง อ.เซกา จ.บึงกาฬ และ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร

พบรถกระบะโตโยต้า มีตู้ทึบฝาปิดท้ายกระบะ และรถยนต์ มาสด้า กับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขับตามกันมาโดยทิ้งช่วงห่างเป็นระยะ ชุดจับกุมจึงสะกดรอยติดตาม กระทั่งมาถึงบริเวณถนนสาย อ.หนองหานจ.อุดรธานี ชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า มีนายมงคลเป็นคนขับ



พบกัญชาแห้งอัดแท่ง ภายในซุกซ่อนเคตามีนวางอยู่ในกระบะหลัง จึงติดตามรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า และรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นรถนำและดูต้นทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด ตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

จึงจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางก่อนตรวจยึดรถยนต์ 21 คัน รวมมูลค่านับสิบล้านบาท รวมถึงที่ดิน 7 ไร่ ในอ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่ตรวจพบเครื่องอัดแท่งกัญชา ซึ่งการสืบสวนพบว่าเป็นเพียงการย่อขนาดกัญชาให้เล็กลง ผู้ต้องหาไม่ได้ผลิตเองแต่นำกัญชาเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีต่อไป


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28