อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

'เจ๊เพชร ปอยเปต'ไม่รอด!ถูกรวบแล้ว พาคนเข้าออกประเทศเย้ยโควิด

ตม.แถลงคดีสำคัญ รวบแล้ว "เจ๊เพชร ปอยเปต" ลอบพาคนเข้าออกประเทศเย้ยโควิด, บุกทลายคาราโอเกะเมืองคอน จับลอบค้ากามชาวลาว อีกคดี หนุ่มเมืองลอดช่อง กับ 2 สาวไทย เปิดเว็บพนันออนไลน์ พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.58 น.


เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงการจับกุมคดีอาชญากรรมในรอบสัปดาห์ คดีแรก นางเพชรรัตน์ หรือ “เจ๊เพชร ปอยเปต” อายุ 55 ปี ในข้อหา “เป็นบุคคลเข้าหรือออกราชอาณาจักรโดยไม่เข้าออกตามด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่าสถานีตามกำหนดเวลา, ไม่ผ่านการตรวจหรืออนุญาตของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ได้ที่โรงแรมโฟร์โมส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 กล่าวว่า ชุดสืบสวน ตม.สระแก้ว สืบทราบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ถ้าไม่รู้จริง เจ๊เพชร ปอยเปต อย่าใส่ร้ายกู” โฆษณาข้อความว่า จะเข้าจะออกบอกเจ๊เพชร ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องลุยน้ำลุยโคลน ทักเจ๊ชัวร์ 100% เจ้าหน้าที่จึงออกสืบสวนจนทราบว่าเจ้าตัวอยู่ที่โรงแรมพื้นที่ต.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเข้าจับกุมสอบสวนรับว่า ได้ลอบเข้าประเทศโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ซึ่งตนเป็นผู้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าสามารถลอบนำคนเข้าออกประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว หรือผ่านการตรวจโรค มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 4,000 บาท มัดจำเป็นค่ารถ 500 บาท 



จากนั้นจะมีนายบอง ไม่ทราบสัญชาติคอยรับเงินที่เหลือตรงจุดปลายทาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบพบว่าเจ้าตัวได้ออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก แต่ไม่พบข้อมูลการเข้าประเทศ จากนี้จะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม เจ๊เพชรไม่ใช่คนมีอิทธิพลในพื้นที่ ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการรับส่วยจากเจ๊เพชรแน่นอน หากพบต้องดำเนินการทางวินัยและคดีอาญาเด็ดขาด

คดีที่สอง จับกุมนายเฉิน หรือ เจ็ก และนายแอนโทนี่ (ทั้งสองสงวนนามสกุล) สองชาวสิงคโปร์ และน.ส.ณัฐปภัสร์ กับ น.ส.ปิยะภรณ์ สองชาวไทย ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาลักลอบเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ แจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนัน โฆษณาชักชวนให้เล่นพนัน” ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง อาทิ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดี



คดีที่สาม จับกุมกลุ่มชาวต่างด้าวลอบค้าประเวณีโดยมีร้านคาราโอเกะบังหน้า ในพื้นที่ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหารายแรกคือ นางจารุวรรณ อายุ 54 ปี ในข้อหา “เป็นธุระจัดหาพาบุคคลไปค้าประเวณี” เจ้าของร้านคาราโอเกะ และจับกุม น.ส.โซบ หรือ สุ อายุ 33 ปี ชาวลาว หลังเจ้าหน้าที่ล่อซื้อบริการเป็นเงิน 2,000 บาท พบว่าเงิน 300 บาท ถูกแบ่งให้เจ้าของร้านคาราโอเกะดังกล่าว อีกรายจับกุม น.ส.มณีวรรณ อายุ 30 ปี ชาวลาว ที่กำลังให้บริการแขกในร้านดังกล่าวโดยแฝงการค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงจับกุมสองชาวต่างด้าวฐาน “ติดต่อชักชวนเพื่อการค้าประเวณี” เมื่อตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า น.ส.โซบ เข้ามาในประเทศผ่านด่านควนโดน จ.สตูล จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอวด ดำเนินคดี



ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันผู้ลักลอบเข้าออกประเทศช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังมีทหารอียิปต์ติดเชื้อเข้ามาพำนักใน จ.ระยอง ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้ ตม.บูรณาการร่วมกับหลายฝ่ายทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข เพื่อกวาดล้างขบวนการลอบนำคนต่างด้าวเข้าประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีผลการจับกุมสูงมากขึ้นรวมยอดกว่า 3,000 คน ซึ่งการป้องกันคนลอบเข้าตามแนวชายแดนได้ประสานกับทหารจัดรั้วหนามหีบเพลงป้องกัน ยืนยันว่าไม่มีคนลอบเข้าตามด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ยังมีลักลอบเข้าตามช่องทางธรรมชาติเพราะเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ ซึ่งกำลังพยายามอุดรอยรั่วและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบพาคนเข้าอย่างเด็ดขาด เร็วๆ นี้อาจจะมีการจับกุมข้าราชการที่เกี่ยวข้องด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30