อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

ย้อนคดี'เสี่ยเบนซ์'เมาชนตร.ดับ ชดใช้45ล.-ดูแลทุกชีวิต

ย้อนรอยคดี "เสี่ยเบนซ์" เมาชนรถ รอง ผกก. จนเสียชีวิต แต่ไม่ทิ้งความรับผิดชอบ ยอมรับผิดตามกฎหมาย พร้อมขอดูแลครอบครัวเหยื่อเหมือนลูกหลาน จนได้ใจคน.. ศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563 เวลา 20.00 น.


เป็นอีกหนึ่งคดีอุทาหรณ์ที่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2562 สำหรับ "เสี่ยเบนซ์" วัย 56 ปีที่เมาแล้วขับรถด้วยความเร็วสูงจนไปพุ่งชนกับรถของ "รองตี๋" และภรรยาจนเสียชีวิต แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ในความทรงจำของคนไทย เพราะความรับผิดชอบที่เสี่ยเบนซ์มีต่อครอบครัวของคู่กรณีนั่นเอง

สำหรับเหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณตีหนึ่งของคืน วันที่ 11 เม.ย. 62 หรือเช้าวันที่ 12 เม.ย. 62ที่ผ่านมา เหตุเกิดบนถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา โดยบริเวณกลางสะพานข้ามคลอง พบรถยนต์ซูซูกิ สวิฟต์ สีขาว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร สภาพล้อหลังเกยขึ้นไปค้างพาดอยู่กับราวสะพาน หน้ารถและข้างรถด้านขวาพังยับเยินเป็นซาก ภายในรถพบศพ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล อายุ 49 ปี รองผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ตรงเบาะนั่งคนขับ ถูกคอนโซลหน้ารถกดทับร่าง เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างงัดศพออกมา นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นางนุชนาถ งามสุวิช ชากุล อายุ 44 ปี ภรรยา อาการสาหัส ภายหลังเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนอีกคนคือ ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล หรือ น้องแพรว อายุ 12 ปี ลูกสาวซึ่งบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

ส่วนด้านเชิงสะพานข้ามคลองพบรถเบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์ ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าขวาพังยับ ล้อหน้าแบะหลุดออกมา คนขับทราบชื่อว่า "นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์" ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ อยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา เจ้าหน้าที่คุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สน.ศาลาแดง ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี พร้อมรอให้สร่างเมาเพื่อสอบปากคำ



โดยในช่วงนั้น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ได้เดินทางมาสอบปากคำนายสมชายด้วยตัวเอง เปิดเผยหลังสอบปากคำว่า นายสมชายยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุไปเล่นกอล์ฟที่สนามไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมีการดื่มเบียร์ร่วมกับเพื่อนร่วมก๊วนไป 4-5 ขวด กระทั่งเวลา 23.00 น.ของวันที่ 11 เม.ย. ก็แยกย้ายกันกลับ จากนั้นไม่รู้สึกตัวมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ถุงลมนิรภัยทำงานหลังจากชนรถของ พ.ต.ท.จตุพร จึงได้แจ้งข้อหานายสมชายในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่น และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

โดยภายหลัง ศาลให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนแจ้งข้อหาแก่นายสมชายเพียง 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามที่นายสมชายยอมรับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวนเท่านั้น โดยศาลให้ประกันตัว "นายสมชาย" ที่ยื่นเงินสด 2 แสนบาทเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และหลังจากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
-'เสี่ยเบนซ์'ชน2ศพได้ประกันตัว สรุปสำนวนฟัน3ข้อหา



ส่วนเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหาย นายรัตนชัย เวโรจน์พิพัฒน์ พี่ชายนายสมชายได้เผยว่า หลังเกิดเหตุได้ไปเยี่ยมลูกของ พ.ต.ท.จตุพร ที่บาดเจ็บอยู่ และพยายามหาโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่เกี่ยวกับทางด้านสมองก่อนจะนำตัวน้องไปรักษาต่อที่ ร.พ.กรุงเทพ และขอรับผิดชอบทุกอย่าง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มอบเงินให้กับบุตรสาวของคู่กรณีทั้งคู่ รวม 30 ล้านบาท แล้วยังจ่ายค่าอุปการะให้บุพการีของรองตี๋กับภรรยา จำนวน 5 ล้านบาท ค่ารถยนต์คันใหม่ที่ซื้อให้ทดแทนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ 1.6 ล้านบาท ค่าหนี้สินบัตรเครดิตของผู้ตายทั้ง 2 ราย 5 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาล ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชาสกุล อายุ 12 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจนอาการหายดี รวมทั้งสิ้นกว่า 45 ล้านบาท โดยไม่ต้องรอให้ศาลสั่ง

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค. 2562 ศาลได้อ่านคำพิพากษา ซึ่งระบุว่าแต่เดิมนายสมชายมีโทษสูงสุดตามที่กำหนดเอาไว้ใน พ.ร.บ.จารจรทางบก แต่ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสที่จะให้กลับตัวเป็นคนดีอีกครั้ง โดยมีการลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จากเดิมที่มีโทษสูงสุดคือ จำคุก 6 ปี ปรับ 200,000 เหลือ จำคุก 3 ปี ปรับเป็นเงิน 1 แสนบาท โดยให้รอลงอาญา 3 ปี นอกจากนี้เจ้าตัวยังต้องไปรายงานคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี ต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และภายใน 1 ปี ห้ามดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด
-คุก3ปีปรับ1แสน"เสี่ยเบนซ์"ชนรองตี๋รอลงอาญา3ปี

ในส่วนของลูกสาวของรองตี๋ หรือ "น้องพลอย" วัย 16 ปี กับ "น้องแพร" ที่ร่างกายและจิตใจเริ่มอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น หลังจากที่ต้องสูญเสียบุพการี ทั้งสองได้ออกมาเปิดใจกับว่าพวกเธอให้อภัยนายสมชาย เพราะคิดว่าการโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา และคนเป็นพ่อแม่ก็คงไม่อยากให้ลูกต้องอยู่กับความทุกข์ไปตลอด ดังนั้นการให้อภัยจึงเป็นสิ่งเธอมอบให้ ในขณะที่นายสมชายก็บอกว่าจะดูแลเด็กสาวทั้งสองเป็นเหมือนกับลูกหลานต่อไป ทำให้สุดท้ายแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องที่ดูอบอุ่นใจแม้ว่าจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆในแนวเดียวกันนี้ต่างฟ้องกันอย่างดุเดือดเพื่อผิดอีกฝ่าย หรือไม่มีแม้กระทั่งการรับผิดเลยก็ตาม...
-ครอบครัว'รองตี๋'ไม่เอาความ 'เสี่ยเบนซ์'มอบเช็ค45ล้าน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

ความคิดเห็น