อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เผยชีวิต'จารุชาติ'สุดเร่ร่อน เชื่อไร้คนจ้าง-ให้การช่วย'บอส'

เจ้าของร้านกุ้งเผาสุพรรณยัน "จารุชาติ" พยานปากสำคัญคดี "บอส อยู่วิทยา" ก่อนเสียชีวิตไปให้การทางคดีจริง เชื่อไม่มีใครว่าจ้างไปให้การ เพราะตอนยังชีวิตสุดลำบากทำงานเร่ร่อน อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 น.


เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายวัลลภ ใจชื้น อายุ 32 ปี หรือ หมู เจ้าของร้านกุ้งเผาสุพรรณ ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีเสียชีวิตของ นายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานปากสำคัญในคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ว่าตนเองเป็นคนที่พานายจารุชาติ ไปฝากให้ทำงานกับ นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ สว.ก๊อง อดีต สว.จังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย รวมทั้งยังเป็นประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด  และตนก็เป็นบุคคลที่เก็บข้าวของของนายจารุชาติ ไปไว้ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้นหลัง นายจารุชาติ เสียชีวิต เพราะไม่อยากเก็บข้าวของของคนตายไว้ในบ้าน

".....รู้จักกับนายจารุชาติครั้งแรกเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562 ระหว่างกำลังจะเดินทางไปซื้อกุ้งที่สุพรรณบุรี กลับมาขายที่เชียงใหม่ มีการพูดคุยทักทายกันตามปกติของคนขับรถ ก็คุยกันถูกคอ จากนั้นก็พบกันอีกครั้งเมื่อในเดือนมกราคม 2563 ที่ตลาดเมืองใหม่ ชวนมากินข้าวที่ร้าน และรับเข้าทำงานเป็นคนรับส่งกุ้งจากสุพรรณบุรี ซึ่งไม่ใช่งานประจำทำงานแค่สัปดาห์ละประมาณ 1 ครั้งเท่านั้น แต่ละครั้งจะให้ค่าจ้างพร้อมค่าน้ำมันเที่ยวละละประมาณ 4,000- 4,500 บาท...." นายวัลลภ กล่าวและระบุด้วยว่า



ตนหางานเพิ่มให้ นายจารุชาติ โดยพาไปฝากทำงานกับ สว.ก๊อง ขณะที่นายจารุชาติ มีที่พักอยู่ 3 แห่ง  ทั้งที่บ้าน สว.ก๊อง บ้านของตนเอง และบ้านของพี่ชาย ขึ้นกับช่วงเวลาในการทำงานที่หมุนเวียนไป ล่าสุดก่อนที่นายจารุชาติจะเสียชีวิต ได้พักอยู่ที่บ้านของตนเอง ส่วนวันที่นายจารุชาติเสียชีวิต ตนไม่อยู่ ไปรับกุ้งที่สุพรรณบุรี กระทั่งรุ่งเช้าเดินทางกลับมาก็ทราบข่าว จึงได้ไปเก็บของ ของนายจารุชาติ ที่บ้าน สว.ก๊อง และที่บ้านของตนเอง นำไปให้นายล้านเพื่อรวบรวมส่งให้กับญาติ ที่จะเดินทางจากจังหวัดเชียงรายเพื่อมารับศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ส่วนมือถือนั้นตนเองไม่เห็นตอนเก็บของ แต่ที่จำได้นายจารุชาติจะใช้มือถือยี่ห้อซัมซุงเท่านั้น โดยหลังจากนำของไปส่งให้ญาติของนายจารุชาติแล้ว ได้กลับมาทำงานตามปกติ 

พ่อ–แม่ของนายจารุชาตินั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนคนที่โทรศัพท์ไปแจ้งญาติว่านายจารุชาติเสียชีวิต  น่าจะเป็นนายล้าน ซึ่งก่อนหน้าที่นายจารุชาติ จะเสียชีวิต ได้เคยบอกว่าเป็นพยานในคดีของ บอส อยู่วิทยา แต่เคยเล่าเพียงว่า บังเอิญขับรถไปในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้นจึงต้องไปเป็นพยาน พร้อมทั้งบ่นให้ฟังว่า "....เสียเวลา ต้องเดินทางไปเป็นพยาน...." ส่วนเรื่องที่นายจารุชาติ จะได้รับค่าจ้างให้เป็นพยานหรือไม่ ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากได้รับค่าจ้างคงไม่ออกมาหางานทำเร่ร่อนเช่นนี้ ซึ่งนายจารุชาติ ได้พูดเรื่องนี้กับตนเองตั้งแต่เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนนที่จะปรากฎชื่อนายจารุชาติเป็นพยานตามที่สื่อนำเสนอข่าว เชื่อว่านายจารุชาติไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับครอบครัวอยู่วิทยา และเชื่อว่าที่นายจารุชาติ เสียชีวิตเป็นอุบัติเหตุ ไม่น่ามีอะไรแอบแฝง



ส่วนการที่นายจารุชาติ มีชื่อทำงานในบริษัททนายความแห่งหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะ นายจารุชาติ รู้จักกับทนายคนหนึ่งซึ่งเป็นทนายความในบริษัทดังกล่าว ซึ่งยอมรับตนเองก็รู้จักกับทนายคนดังกล่าวด้วยเช่นกัน  จึงอาจเป็นไปได้ว่านายจารุชาติ อาจจะไปรับจ้างทนายคนดังกล่าว ทำงานทั่วไป ซึ่งทราบว่า นายจารุชาติ เคยไปตัดหญ้าในสำนักงานให้กับทนายแห่งนี้บ่อยๆ ตนรู้สึกเสียใจที่นายจารุชาติ เสียชีวิต เพราะเป็นคนในแวดวงที่รู้จักกัน และก็เคยทำงานด้วยกันมาก่อน นายจารุชาติ เป็นคนขยัน อัธยาศัยดี.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    34%
  • ไม่เห็นด้วย
    66%

บอกต่อ : 82