อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

ศาลสั่งจำหน่ายคดียกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ไม่มีเหตุจำเป็น

ศาลแพ่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ กรณีเครือข่าย People GO ยื่นฟ้อง "บิ๊กตู่" ขอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชี้ปัจจุบันประชาชนมีสิทธิชุมนุมตามขอบเขตภายใต้กฎหมาย จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 15.26 น.


เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายนิมิตร์ เทียนอุดม ในฐานะเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ (People GO Network) พร้อมคณะเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลแพ่งคดีหมายเลขดำ พ.3454/2563 กรณีเครือข่าย People GO Network นำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ในฐานะเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ, น.ส.แสงสิริ ตรีมรรคา, นายณัฐวุฒิ อุปปะ, นายวศิน พงษ์เก่า และนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เป็นโจทก์ที่ 1-5 ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดยในวันนี้ นายนิมิตร์ จำเลยที่ 1 กับพวกเดินทางมาฟังคำสั่งศาลแพ่ง

ศาลแพ่งพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนที่โจทก์ทั้งห้าจะยื่นคำฟ้อง มีเหตุโรคไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเกือบทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย จำเลยจึงออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร และประกาศขยายระยะเวลาอีกถึงวันที่ 31 ก.ค.2563 และออกข้อกำหนดห้ามชุมนุม ซึ่งเป็นข้อกำหนดตาม มาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมของโจทก์ทั้งห้า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุที่ต้องเพิกถอนประกาศ เรื่อง ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 3) ฉบับลงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 และข้อกำหนดตาม มาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือไม่ เห็นว่า หลังจากโจทก์ยื่นคำฟ้องจำเลยออกประกาศ เรื่อง ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 4) ฉบับลงวันที่ 28 ก.ค.2563 ซึ่งมีผลบังคับระหว่างวันที่ 1-31 ส.ค.2563 และจำเลยประกาศข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2563 เป็นต้นไป โดยข้อกำหนดล่าสุด ระบุว่า...



ข้อ 1. การจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม การจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มหรือการใช้สิทธิของประชาชนเพื่อการชุมนุมใดๆ ย่อมกระทำได้ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ และให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดกิจกรรม จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดด้วย เห็นได้ชัดว่าข้อกำหนดใหม่ดังกล่าวแตกต่างและเป็นการผ่อนคลายจากข้อกำหนดตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว ซึ่ง ข้อที่ 5 ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความมสงบเรียบร้อย 

ดังนั้น ขณะนี้โจทก์ทั้งห้าจึงมีเสรีภาพในการชุมนุม ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่ถึงกับต้องห้ามชุมนุมทุกกรณีเช่นเดียวกับขณะยื่นคำฟ้อง จึงไม่มีเหตุที่ต้องเพิกถอนประกาศ เรื่อง ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 3) ฉบับลงวันที่ 30 มิ.ย.2563 และข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปไม่มีประโยชน์ต่อคู่ความทุกฝ่าย จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18