อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

'เพนกวิน'ขอโทษยันไม่ทำอีก ศาลตักเตือนสั่งจำหน่ายคดี

ศาลกล่าวตักเตือน “เพนกวิน” แกนนำปลดแอก ในคดีละเมิดอำนาจศาล หลังเจ้าตัวยอมรับปราศรัยบริเวณศาลจริง แต่กระทำไปโดยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนารบกวนกระบวนการศาล ประกอบกับเเถลงขอโทษ ยืนยันไม่กระทำผิดอีก  พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 15.45 น.


เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลหมายเลขดำ ลศ. 9/2563 ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหา นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำมวลชนกลุ่มประชาชนปลดแอก ผู้ถูกกล่าวหาเรื่องละเมิดอำนาจศาล จากกรณีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ส.ค.2563 ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นำตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ 2 ผู้ต้องหา คดีปราศรัยปลุกปั่นยุยงฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ได้เกิดการรวมตัวของบุคคลผู้สนับสนุนบริเวณหน้ามุกบันไดทางขึ้นศาลอาญา ซึ่งระหว่างนั้น นายพริษฐ์ ได้ยืนขึ้นตะโกนส่งเสียงดังและใช้กล้องถ่ายภาพลงโฆษณาเพื่อชักชวนให้บุคคลอื่นๆ เดินทางมาชุมนุมในบริเวณศาลเพื่อขัดขวางการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล รวมทั้งการถ่ายทอดสด (ไลฟ์สด) ภาพและเสียงเหตุการณ์การชุมนุมในบริเวณศาลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ โดยการกระทำของนายพริษฐ์ ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณศาล ทั้งยังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอาญา ถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

โดยในวันนี้ศาลได้เบิกตัวนายพริษฐ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งขณะถูกควบคุมตัวอยู่ภายในรถของกรมราชทัณฑ์ นายพริษฐ์ได้ชู 3 นิ้วผ่านกระจก ระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านด้านหน้าศาลเพื่อทักทายสื่อมวลชนก่อนเข้าฟังคำพิจารณาคดี

โดยในวันนี้ นายอานนท์ นำภา ทนายนายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ถูกเบิกตัวจากเรือนจำได้เเถลงว่า ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี เรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ ยอมรับว่าได้พูดถ้อยคำดังกล่าว เเต่เป็นการพูดไม่ได้ไตร่ตรอง ไม่ได้มีเจตนาที่จะรบกวนกระบวนการพิจารณาคดีของศาล เเละไม่ได้หยุดทันทีที่เจ้าหน้าที่ห้าม เเต่พอเวลาผ่านไปถึงคิดขึ้นได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมยืนยันว่าจะไม่ทำอีก



โดยตัวเเทนผู้อำนวยการศาลอาญาขึ้นเเถลงว่าเมื่อได้รับการขอโทษเเละจะไม่กระทำอีกของผู้ต้องหาก็ไม่ติดใจเอาความ โดยศาลพิเคราะห์เเล้ว การกล่าวของผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นการกล่าวจริง เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนกล่าวโดยสำคัญผิด เเละเป็นอารมณ์ชั่ววูบเเละเมื่อผู้กล่าวหากระทำไปก็ไม่ได้กระทำผิดซ้ำอีก เเละเพื่อเป็นการเเก้ไขบรรเทาผลร้ายผู้ต้องหาได้ทำคำเเถลงขอโทษพร้อมที่จะเผยเเพร่ข่าว การกระทำของผู้ต้องหาเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบโดยมีการเข้าใจเเละสำคัญผิดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายอานนท์ เเละนายภาณุพงศ์ เมื่อผู้กล่าวหาเเถลงไม่ติดใจประกอบกับพิจารณาอายุการศึกษาที่นักศึกษาอยู่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดำเนินคดีเเต่เพื่อธำรงไว้ถึงการพิจารณาคดีที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณศาล จึงลงโทษว่ากล่าวตักเตือน เเละให้ผู้ต้องหาปฏิญาณตนว่าจะไม่กระทำอีก เเละให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ.





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    72%
  • ไม่เห็นด้วย
    28%

บอกต่อ : 22