อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

รวบ'เจ้าคณะตำบล'นำทีม ขนยาบ้า4.8ล.อ้างหาเงินเรียน

ผบช.น.แถลงจับเครือข่ายลำเลียงยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 5 ราย ซุกรีสอร์ทชัยนาทเตรียมส่งเอเย่นต์เมืองหลวง เผย สุดเสื่อมชาวพุทธ เจ้าคณะตำบล นำทีม ทำมา 4 ครั้ง ค่าจ้างคนละ 3 แสนบาท อ้างหาเงินเรียนต่อปริญญาโท  จันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 15.20 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย  พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สําราญ นวลมา รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ.(191) พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สปพ.(191) ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย เป็นพระ 2 ฆราวาส 3 ประกอบด้วย พระครูสุเมธปริยัติกิจ พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นเอก หรือ นายณัฏฐภูมินทร์ ฐิตเมโธ อายุ 39 ปี พระมหา หรือนายสิญจน์สุเมธ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี นายภาณุวิชญ์ หรืออั๋น (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี นายพิชัย หรือชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี และนายสำเริง หรือหนุ่ม (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด อาวุธปืนและเครื่องกระสุน รถยนต์ และโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง โดยจับกุมได้ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท



พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า 3.6 ล้านเม็ด ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลำลูกกา คลอง 3 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยสืบทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวใช้รถตู้ในการลำเลียงยาเสพติด โดยให้พระภิกษุนั่งมากับรถเพื่อลดความสงสัยของเจ้าหน้าที่ จึงสืบสวนขยายผลมานานกว่า 3 เดือน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเช่าห้องพักใน จ.ชัยนาท เป็นจุดพักยาเสพติดรอกระจายต่อให้เครือข่ายในกรุงเทพฯ สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด โดยเฉพาะพระครูสุเมธฯ ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเชียงราย ส่วนพระมหา เป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด แต่อยู่ต่างวัดกัน พร้อมน้องชายคือนายภาณุวิชญ์ หรืออั๋น และพวก ซุกซ่อนยาเสพติดมาด้วย และเคยทำแบบนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ได้ค่าจ้างต่อคน ครั้งละ 3 แสนบาท ส่วนที่ตัดสินใจทำ เพราะต้องการเงินไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล โดยแนวทางการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้มีผู้จ้างวานเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐาน เบื้องต้น ตำรวจเเจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ/มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป












แอดไลน์คลิก
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น