อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564

'มิน-นักเรียนเลว'​พบตำรวจ ปฏิเสธข้อหาขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน​

"มิน" แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว กับเพื่อน เข้าพบตำรวจสน.ลุมพินี ตามหมายเรียก ปฏิเสธข้อหา ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปราศรัยแยกราชประสงค์ 15 ต.ค.​ จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.28 น.


เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ สน.ลุมพินี มิน ลภนพัฒน์ อายุ 17 ปี แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว พร้อมด้วย พลอย เบญจมาภรณ์ อายุ 16 ปี สมาชิกกลุ่มนักเรียนเลว​ และภูมิ แย้มสงวนศักดิ์ อายุ 16 ปี สมาชิกกลุ่มนักเรียนไท​ เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพ.ต.ท.นพดล ปิ่นพงศ์พันธ์ รอง ผกก.หน.งานสอบสวน สน.ลุมพินี พ.ต.ต.รัฐภูมิ โมลา สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ตามหมายเรียกฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เหตุจากการขึ้นปราศรัยในชุมนุมวันที่ 15 ต.ค. บริเวณแยกราชประสงค์ ที่ผ่านมา

มิน ลภนพัฒน์ กล่าวว่า การคิดเห็นต่างแล้วแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึ่งกระทำได้ ไม่น่าจะเป็นความผิด​ และต้องออกหมายเรียกแบบนี้ การที่รัฐดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนเป็นการทำที่ไม่ถูกต้อง การใช้สิทธิในการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีตามรัฐธรรมนูญและสากล ซึ่งในการชุมนุมมีเพียงร้องเพลงอย่างสงบและปราศจากอาวุธ​ อยากให้ผู้ใหญ่หันมาฟังเสียงประชาชน​ การออกหมายเรียกไม่ทำให้เราหยุดเรียกร้องตามอุดมการณ์ ยืนยันจากนี้จะเคลื่อนไหวต่อไป วันนี้ตนก็มาทำตามกฎหมายรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมจะให้ปฏิเสธและจะต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'มิน-พลอย'กลุ่มนักเรียนเลว ถูกหมายเรียก'พรก.ฉุกเฉิน'            



"สำหรับการเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ​ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ที่มีการเชิญชวนให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียน มองว่าเป็นข้อดี เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดนักเรียน และทั้งนี้หากยกเลิกการใส่ชุดนักเรียน​ ตนไม่คิดว่าจะเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในโรงเรียน แต่มองว่าควรแก้ที่ทัศนคติของแต่ละคนมากกว่า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การแบ่งชนชั้น" มิน ลภนพัฒน์ กล่าว



น.ส.คุ้มเกล้า ทนายความ กล่าวว่า น้องทั้ง 3 คน ได้ทำตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 มาตรา 44 วรรคแรก บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” จึงเดินทางมารับทราบหมายเรียกตามข้อกล่าวหา​ เบื้องต้นจะให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากยังไม่ทราบพฤติการณ์การก่อเหตุตามหมายเรียก และยังไม่ทราบวันเวลาในการกระทำผิด ซึ่งจะให้การเพิ่มเติมอีกในประเด็นต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกตการออกหมายเรียกและส่งตัวไปศาลเยาวชนเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ชี้กระบวนการควรจบในชั้นสอบสวน ไม่จำเป็นต้องไปสู่ศาลเยาวชน.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น