อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 กันยายน 2564

สาวขับรถยาริสหลับใน ชนจยย.ดับ2ศพหน้าสวนเบญจกิติ

สาวขับยาริสพุ่งชนท้ายจยย. หน้าสวนเบญจกิติ ดับอนาถ 2 ศพ อ้างอ่อนเพลียวูบหลับ ศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563 เวลา 07.41 น.


เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ (10 ธ.ค.) ร.ต.ท.เตมีย์ นาคะวิสุทธิ์ รองสว.(สอบสวน)สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนมีผู้เสียชีวต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณหน้าสวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตคลองเตย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าแยกอโศก บริเวณหน้าทางเข้าสวนเบญจกิติ พบรถโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียน 3 กท 6632 กรุงเทพมหานคร มี น.ส.ปาริฉัตร กีนะพันธ์ อายุ 32 ปี เป็นคนขับ พุ่งชนอัดท้ายคาอยู่ที่รถรถมิตซบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีน้ำตาล ทะเบียน ฆก 2895 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าสวนเบญจกิติ ใกล้กันพบศพนายสาคร คงเจริญ อายุ 42 ปี โดยมีรถจยย. ฮอนด้า รุ่นไมโอ ทะเบียน ฬคว 332 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำสภาพพังยับ ใกล้กันยังพบศพหนุ่มแกร๊บฟู้ด ทราบชื่อ นายธีระพงษ์ ศรีบุญ อายุ 29 ปี เสียชีวิตริมฟุตปาธหน้าสวนเบญจกิติ โดยมีรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน 5 กจ 3074 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายล้มคว่ำพังยับ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลคามิลเลียน และโรงพยาบาล BNH ส่วนศพนายสาครและนายธีระพงษ์นำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์



จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และจากการตรวจสอบภาพกล้องหน้ารถโตโยต้า รุ่นยาริส คันก่อเหตุ พบว่า ก่อนเกิดเหตุรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งเข้าชนท้ายรถจยย.ของนายสาคร ในลักษณะไม่ได้เหยียบเบรก จากนั้นแรงชนได้กระเด็นไปถูกนายธีระพงษ์ แล้วกระแทกใส่รถจยย.ฮอนด้า คลิก 125 ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนจะพุ่งรถ มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่จอดอยู่ริมทางหน้าสวนเบญจกิติ โดยเบื้องต้น น.ส.ปาริฉัตร ให้การทำนองว่า ขณะก่อนเกิดเหตุมีความอ่อนเพลียก่อนจะวูบหลับทำให้รถพุ่งชนดังกล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาใคร โดยทำการสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิดต่อไป.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 46