อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

จับหนุ่มจีนเปิดแอพเงินกู้ดอกโหด เงินหมุน1.5พันล้าน

ดีเอสไอ บุกค้นสถานประกอบการ 2 แห่ง เปิดแอพฯ กู้เงิน เนียนใช้ชื่อบริษัทใหญ่ตบตา แจ้งข้อหาหนุ่มแดนมังกร "อั้งยี่-ให้กู้เงินดอกเบี้ยแพง" พบนายทุนต่างด้าวอยู่เบื้องหลัง ตรวจสอบ 15 บัญชี มีเงินหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 18.48 น.


เมื่อวันที่ 14 ม.ค.  พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ได้มอบให้พนักงานสอบสวนกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศฯ เข้าตรวจค้นสถานประกอบการในพื้นที่กทม. 2 แห่ง พร้อมยึดของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลายรายการ และจับกุมนายปิน หลิว (BIN LUY) อายุ 35 ปี สัญชาติจีน มีพฤติกรรมชักชวนประชาชนกู้เงินผ่านแอพพลิเคชั่นเงินกู้ โดยผู้ที่เข้าร่วมจะต้องกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลและอนุญาตให้แอพพลิเคชั่นนั้นเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผ่านทาง Facebook และ LINE โทรศัพท์มือถือและหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนรูปแบบการให้กู้ยืมเงินผ่านแอพต่างๆ ผู้กู้จะไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน โดยแอพพลิเคชั่นเงินกู้ดังกล่าวจะมีการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น กู้ยืมเงิน 4,000 บาท ผู้กู้จะได้รับเงินเพียง 2,600 บาท โดยเงิน 4,000 บาท จะต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยภายใน 14 วัน หากลูกหนี้ไม่ชำระคืนจะมีค่าปรับตามจำนวนอัตราที่แอพพลิเคชั่นนั้นกำหนดไว้ เช่น กู้เงิน 4,000 บาท หากส่งคืนล่าช้าจะมีค่าปรับวันละ 400 – 600 บาท



“นอกจากนี้จะมีการทวงถามไปยังบุคคลใกล้ชิดของผู้กู้ ตามที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดโทรศัพท์ที่แอพพลิเคชั่นนั้นได้ข้อมูลไป มีการเอารูปภาพไปประจาน และยังมีการข่มขู่คุกคามผู้กู้รวมถึงคนใกล้ชิด ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง บางรายถึงขั้นถูกไล่ออกจากงาน ข้อมูลจากการสืบสวนพบว่า มีคนต่างด้าวเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง มีการสร้างแอพพลิเคชั่นโดยจะตั้งชื่อเลียนแบบบริษัทที่มีชื่อเสียง True Cash, Cash 2 you เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อเจ้าหน้าที่กวดขันมากขึ้นก็จะเปลี่ยนชื่อและกระทำในลักษณะเดียวกันมากกว่า 30 แอพพลิเคชั่น เช่น มีเหรียญ ให้กู้เถอะ ยืมเงินด่วน กู้ง่าย Cash 24 h Big Money Cash Loan  เป็นต้น” พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าว



อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นตั้งแต่ปลายปี 2562 พบบัญชีผู้เกี่ยวข้อง 15 บัญชี มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 1,500 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้อายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 157 บัญชี เพื่อขยายผลให้ถึงเครือข่ายและตัวการใหญ่ พร้อมแจ้ง 2 ข้อกล่าวหากับ นายปิน หลิว ผู้ต้องหา ในข้อหา ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, และร่วมกันให้กู้ยืมเงินหรืออำพรางการกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น