อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

เผยวงจรปิด'สิบเวร'ไขห้องขัง ลากสาวพม่าขืนใจห้องจร.

พิสูจน์หลักฐาน 8 เก็บหลักฐาน "สิบเวร" ข่มขืนผู้ต้องหาหญิงต่างด้าวเมียนมา พร้อมเผยภาพวงจรปิดนาทีไขห้องขังก่อเหตุ ผู้การสุราษฎร์ ยันให้ความเป็นธรรม ศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 เวลา 14.49 น.


จากกรณี ด.ต.วัชรินทร์ สินสโมสร ผบ.หมู่งานสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อเหตุข่มขืน น.ส.โม (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องขังต่างด้าวรอผลักดันกลับประเทศ เหตุเกิดกลางดึกคืนวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ต่อมา ด.ต.วัชรินทร์ ได้ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาทประกันตัวในชั้นฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว

คืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ม.ค. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมาที่ สภ.บ่อผุด ร่วมประชุมรับฟังรายงานจากเหตุดังกล่าวจาก พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด จากนั้นได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในห้องควบคุมขังและได้พูดคุยกับญาติของ น.ส.โม พร้อมกับยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้น พ.ต.อ.ธาดา เพชรกาฬ ผกก.พิสูจน์หลักฐาน 8 ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐานบริเวณโซฟาที่ใช้ก่อเหตุข่มขืนในครั้งนี้อย่างละเอียด



โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในห้องควบคุมผู้ต้องหาและบริเวณด้านในอาคาร พบว่า ด.ต.วัชรินทร์ ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรดูแลผู้ต้องขัง ได้เดินเข้าห้องควบคุมพร้อมกับปิดไฟ จากนั้นได้ใช้กุญแจไขห้องควบคุมนำตัว น.ส.โม ออกจากห้องควบคุมมายังห้องศูนย์จราจร สภ.บ่อผุด จากนั้นได้ลงมือข่มขืน น.ส.โม จนสำเร็จความใคร่ ก่อนที่จะนำตัวกลับไปขังภายในห้องควบคุมตามเดิม

พล.ต.ต.สาธิต กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้ผู้ก่อเหตุออกจากราชการ พร้อมตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยร้ายแรงและพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้กระทบกับภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะดำเนินเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาดพร้อมคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกกระทำ สำหรับในชั้นพนักงานสอบสวนได้มีการคัดค้านการประกันตัวผู้ถูกกล่าวหารายนี้แล้ว แต่การที่ได้รับการประกันตัวออกมานั้นเป็นดุลพินิจของศาลที่มีความเมตตาต่อผู้ถูกกล่าวหารายนี้ โดยจะมีการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยมีรองผู้บังคับการและผกก.สภ.บ่อผุด ในเรื่องของการดำเนินคดีเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญ โดยตนเองได้กำชับมีการดูแลความประพฤติและประวัติของข้าราชการตำรวจทุกนายเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ต้องมีมาตรการแก้ไขที่เพิ่มขึ้น



ขณะที่ นายสุธีรวัชร์ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานยุติธรรมอำเภอเกาะสมุยเข้าพบหญิงสาวผู้เสียหายแล้ว เพื่อรวบรวมถามรายละเอียด พร้อมกับแจ้งสิทธิเพื่อรับการเยียวยาเนื่องจากเป็นผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 เพื่อยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือในการเยียวยามายังสำนักงานยุติธรรมสุราษฎร์ธานี เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อบรรเทาความเสียหายให้หญิงสาวเมียนมารายนี้ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

- 'ผู้การสุราษฎร์'ฟันออกจากราชการ 'สิบเวร'ข่มขืนสาวพม่า

- สาวพม่าทุกข์ใจอกตรม ตร.สิบเวรลากขืนใจในห้องจราจร


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

ความคิดเห็น