อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

เงินหมดทำ'อภิรักษ์ ซีอีโอFOREX ซมซานกลับมาถูกจับ

ดีเอสไอ รวบ 'อภิรักษ์ โกฎธิ' ซีอีโอแชร์ฟอเร็กซ์-3ดี คาคอนโดฯ ใจกลางกรุง หลังเงินหมด แอบย่องเข้าไทยผ่านชายแดนเขมร ลงทุนย้อมสีรถหรูตบตาเจ้าหน้าที่ส่งขายตลาดมืด ดีเอสไอใช้เทคนิคแกะรอยเส้นทางรถ จ่อเรียกคนสนิทสอบ 7 คน ศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 เวลา 20.55 น.


เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ร่วมแถลงผลการจับกุมนายอภิรักษ์ โกฎธิ ซีอีโอ บริษัท FOREX-3D ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 393/2563 ได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยนายปิยะศิริ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเข้าตรวจค้นจับกุมตัว นายอภิรักษ์ ได้ที่คอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ พร้อมของกลางจำนวนมาก โดยเฉพาะรถหรู แลมโบกินี ฮูราแคน LP610-4 CO มูลค่าประมาณ 24.8 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นสีส้ม แต่ผู้ต้องหาได้ทำสีใหม่เป็นสีฟ้า เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และเตรียมนำไปชายในตลาดมืด โดยจะนำไปขายในราคาคันละ 10 ล้านบาท ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การแบ่งรับแบ่งสู้ และไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมด 

นายปิยะศิริ กล่าวต่อว่า นายอภิรักษ์ ยืนยันว่า ตัวเองมีธุรกิจเกี่ยวกับการเทรดเงินในต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง ดูไบ สิงคโปร์ จำนวน 3 บริษัท โดยสมาชิกทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 6 หมื่นคน แต่ไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งนายอภิรักษ์ แจ้งว่า ขอให้การในชั้นศาล พนักงานสอบสวนจึงยังไม่เชื่อข้อมูลในส่วนนี้ เพราะกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาดำเนินการเทรดเงิน อีกทั้งการนำเงิน 100-1,000 ล้านบาท ออกนอกประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย อาจผิด พ.ร.บ.เงินตรา นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดเอกสารที่แสดงกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก ตู้เซฟเก็บทองคำ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาหรู เครื่องประดับ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และกระเป๋าแบรนด์เนม



นายปิยะศิริ กล่าวว่า นายอภิรักษ์ได้หลบหนีการจับกุมและไปอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ปี 62 และศาลอาญาได้ออกหมายจับเมื่อเดือน มี.ค. 63 จากข้อมูลการข่าวทราบว่านายอภิรักษ์ได้หลบหนีไปมาระหว่างประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ต่อมาในช่วงปลายเดือน ต.ค. 63 ได้ลักลอบกลับมายังประเทศไทยผ่านเข้ามาทางชายแดนประเทศกัมพูชาตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งระหว่างที่พักอยู่ใน กทม.มีที่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ใช้เทคนิคสืบสวนจนทราบเส้นทางสัญจรของรถยนต์ที่นายอภิรักษ์ใช้ จึงได้แสดงหมายจับเข้าตรวจค้นและจับกุม โดยก่อนหน้าที่จะจับกุมได้พบว่า ผู้ต้องหาได้มาอาศัยอยู่ในคอนโดฯ ดังกล่าวเพียง 2 เดือน 

“ดีเอสไอได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คดีพิเศษ เรียกผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเข้าสอบปากคำอีก 7 ราย ซึ่งกลุ่มบุคคลทั้งหมดอาจมีความผิดฐานฟอกเงิน เนื่องจากการสืบสวนพบว่า ทั้งหมดมีความใกล้ชิดกับนายอภิรักษ์ บางรายทำหน้าที่นำทรัพย์สินไปขาย และอีกส่วนหนึ่งได้พาผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุม ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างสอบสวนว่าทั้ง 7 ราย มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าวมากน้อยเพียงใด ส่วนบุคคลอื่นๆ รวมทั้งนักแสดง หากมีหลักฐานที่เกี่ยวพันก็จะเสนอสั่งฟ้องต่อไป” ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กล่าว



รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการสืบค้นร่องรอยของนายอภิรักษ์ มีข้อมูลการข่าวระบุว่า นายอภิรักษ์ นั่งเครื่องบินจากสิงคโปร์มาลงที่กรุงพนมเปญ และต่อรถเข้ามาทางชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นได้ว่าจ้างให้บุคคลนำเข้ามาโดยการเดินเท้า เหตุที่ต้องกลับเข้ามา เนื่องจากการหลบหนีใช้เงินจำนวนมาก และอยู่ต่างประเทศยากต่อการหลอกลวงผู้อื่นให้ร่วมลงทุน การตรวจยึดทรัพย์พบว่า มีสินค้าแบรนด์เนมส่วนใหญ่เป็นของปลอม จึงเชื่อได้ว่า นายอภิรักษ์น่าจะหมดเงิน 

ทั้งนี้ ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 153/2562 และได้สอบปากคำผู้เสียหายจากการลงทุนจำนวน 8,436 คน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาดีเอสไอและ ปปง.ได้ยึดอายัดทรัพย์นายอภิรักษ์ไว้แล้วกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป.



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ดีเอสไอ"ประสานตร.สากล ล่าซีอีโอแชร์ฟอร์เร็กซ์3ดี


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

ความคิดเห็น