อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

จับตายหนุ่มคลั่งฆ่า'แม่' สยอง!รัวแทง-ตัดลิ้น-เลาะกราม

วิสามัญฆาตกรรม หนุ่มวินจยย.คลั่ง มีดพร้าฟันแม่ตัวเองดับ เผาบ้าน เห็นตำรวจอาการหนัก ลากศพมารดามากระหน่ำแทง-กรีดอก-เลาะกราม-ตัดลิ้น โดนล้อมจนมุมยิงปืนขู่ยังไม่หยุด พุ่งใส่โดนยิงสวนดับ อังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 16.40 น.


เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พ.ต.ท.รังสรรค์ ตุ้ยโชติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางเสาธง รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งทำร้ายแม่ตัวเองเสียชีวิต และเผาบ้านตัวเอง ที่บ้านหลังหนึ่งภายในซอยบางพรม 54 ถนนบางพรม แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน จึงรึดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.ศุภศักดิ์ โปรียานนท์ ผกก.สน.บางเสาธง กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกอยู่ท้ายซอย เมื่อไปถึงพบกลุ่มควันในบ้านเพียงเล็กน้อย โดยมี นายนนทชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน สวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งมือถือมีดพร้ายาว 1 ฟุตครึ่งแกว่งไปมา เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้ถือมีดวิ่งเข้าไปในบ้าน แล้วลากศพ นางสุรางค์รัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ผู้เป็นมารดา ออกมาหน้าบ้านสภาพเปลือยท่อนล่าง ก่อนใช้มีดจ้วงแทงศพหลายครั้งแล้วเฉือนหน้าอก เลาะกราม ตัดลิ้น และนิ้วมือของแม่ตัวเองอย่างบ้าคลั่ง สร้างความสยดสยองต่อผู้พบเห็น 



เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังปิดล้อมไล่ต้อนให้ออกจากศพแม่เพื่อเข้าจับกุม แต่นายนนทชัยยังอยู่ในอาการคลั่งหยิบกรอบรูปแม่ตัวเอง วิ่งหนีไปทางป่ากล้วยด้านหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าทำการดับเพลิงจนสงบ ส่วนนายนนทชัย ถือมีดวิ่งหลบหนีไปทางถนนบางพรหม ไปพบกับตำรวจ จร.สน.บางเสาธง ที่รับแจ้งวิทยุช่วยสกัดจับบริเวณคอสะพานข้ามคลองลัดวัดใหม่ ห่างบ้านเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับชะงัก ร.ต.อ.ชูชาติ ลักษิตานนท์ รอง สว.จร.สน.บางเสาธง จึงเข้าเจรจาพูดคุยให้วางมีด จนเจ้าตัวท่าทางสงบลงและค่อยๆ วางมีด แต่ขณะตำรวจจะเข้าไปควบคุมตัว กลับหยิบมีดแล้วพุ่งตรงเข้าหา ร.ต.อ.ชูชาติ ซึ่งจับปืนระวังตัวอยู่แล้วจึงยิงขู่ไป 2 นัด แต่นายนนทชัยไม่หยุดยังหันมีดวิ่งตรงเข้าใส่จนเข้าระยะกระชั้นชิด จึงยิงปืนเข้าใส่อีก 5 นัด กระสุนเข้ากลางศีรษะ 1 นัด ไหปลาร้าขวา 3 นัด ล้มลงกับพื้นเสียชีวิตคาที่ โดยข้างศพยังพบลิ้น และกรอบรูปแม่ตัวเองตกอยู่ จึงประสานพนักงานสอบสวน เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอีกครั้ง



สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า บ้านเกิดเหตุผู้ตายทั้งสองพักอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยนายนนทชัย มีประวัติชอบแอบเสพยาเสพติด ประกอบกับเคยประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนทางสมองเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นคน 2 บุคลิก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คลุ้มคลั่งอาละวาดเป็นประจำ จนพี่ชายที่เคยอาศัยอยู่ด้วยทนไม่ไหวต้องย้ายหนีไปอยู่ข้างนอก โดยเคยชวนนางสุรางค์รัตน์ มารดาไปด้วยเพราะเกรงจะเกิดอันตราย แต่นางสุรางค์รัตน์ไม่ยอมไป เพราะเป็นห่วงนายนนทชัย เพราะเป็นลูกคนสุดท้อง แต่ก็ไม่วายถูกนายนนทชัยคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนบางครั้งต้องแอบออกไปนอนข้างถนนรอให้อาการสงบ คาดว่าก่อนเกิดเหตุเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้มีดฟันมารดาตัวเองเสียชีวิตก่อนจุดไฟเผาบ้าน กระทั่งเห็นเจ้าหน้าที่จึงก่อเหตุสลดก่อนถูกวิสามัญดังกล่าว 



พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุพบเคยต้องโทษคดีชิงทรัพย์ท้องที่ สน.ตลิ่งชัน เมื่อปี 2548 พอพ้นโทษออกมา ปี 2559 ก็ยึดอาชีพขี่รถ จยย.รับจ้าง จนปีที่แล้วประสบอุบัติเหตุได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองจริง แต่เรื่องยาเสพติดยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานและผลผ่าชันสูตรของแพทย์อีกครั้ง ซึ่งคดีนี้นายตำรวจผู้กระทำการวิสามัญฯ จะต้องถูกแจ้งข้อหาในส่วนที่เกี่ยวข้องเอาไว้ก่อน จึงอยากฝากเตือนไปถึงประชาชนหากมีญาติหรือผู้ป่วยลักษณะเดียวกันนี้พักอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านขอให้นำตัวไปรักษาหรือแจ้งตำรวจช่วยเหลือนำส่ง ซึ่งตำรวจยินดีให้ความช่วยเหลือหากญาติยินยอม จะเข้ามาช่วยนำตัวไปตรวจร่างกายเพื่อรักษาอาการให้ถูกทางต่อไป




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น