อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

ทลายแก๊งส่งลิงก์ปลอมธนาคาร ขอOTPฉกเงินในบัญชี

ศปกส.ภ.5 ทลายแก๊งส่งลิงก์ปลอมธนาคาร หลอกขอ OTP โอนเงินเกลี้ยงบัญชี พบหัวหน้าเป็นชาวไต้หวัน ประวัติเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา หลังออกอาละวาดเหยื่อกว่า 20 คน เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อยันแบงก์ไม่มีนโยบาย จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น.


เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 พร้อมกำลังตำรวจ ศปอส.ภ.5 ร่วมกันจับกุม นายยู เชา เหว่ย (YU CHAO WEI) อายุ 36 ปี ชาวไต้หวัน ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ จ.34/2564 ลงวันที่ 8 มกราคม 2564 นายเป่าฉาง แซ่หลู่ อายุ 23 ปี ชาว จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ จ.33/2564 ลงวันที่ 8 มกราคม 2564 นายวราวุธ ปามือ อายุ 20 ปี และนายพรสวรรค์ ไพรสีเขียว อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น



สืบเนื่องจากช่วงปลายปี 63 รับแจ้งมีกลุ่มคนร้ายส่งข้อความ (SMS) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไปที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ของประชาชนกว่า 1 แสนคน ซึ่งข้อความดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นข้อความมาจากธนาคารแห่งหนึ่ง และให้ประชาชนกดเข้าไปเพื่ออัพเดทแอพพลิเคชั่นธนาคาร เมื่อผู้เสียหายกดเข้าไปที่ลิ้งก์จะปรากฏหน้าเว็บไซต์ ลักษณะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน และรหัสผ่านแอปพลิเคชั่นดังกล่าว จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลไปลงทะเบียนแอปพลิเคชั่นจริงของธนาคาร ระหว่างนั้น OTP หรือรหัสความปลอดภัยของธนาคารจะแจ้งไปยังโทรศัพท์ผู้เสียหาย ซึ่งหากผู้เสียหายไม่ได้อ่านข้อความหรือดูให้แน่ใจ หลงเชื่อนำรหัส OTP ไป คนร้ายจะนำไปยืนยันในแอพพลิเคชั่นจริง แล้วทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินผู้เสียหายไป เบื้องต้นมีผู้เสียหายแล้ว 21 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 4 แสนบาท แจ้งความตามพื้นที่ต่างๆ



ต่อมา ตำรวจเร่งสืบสวนพบว่า นายวราวุธ และ นายพรสวรรค์ มีหน้าที่คอยไปกดเงินสดออกมา จึงเข้าจับกุมก่อนสอบสวนขยายผลให้การซัดทอด นายยู เชา เหว่ย หัวหน้าแก๊ง ตรวจสอบประวัติพบว่ายังมีความสัมพันธ์กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2560 และ นายเป่าฉาง จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับดังกล่าว แต่ทั้งสองไหวตัวทันหลบหนีไปกบดาลในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดย นายเป่าฉาง ได้หนีไปบวชเป็นพระได้เพียง 1 วัน โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมตัวก่อนนำไปจับสึกพ้นจากความเป็นพระ ก่อนนำตัวทั้งหมดมาสอบสวนขยายผลว่ามียังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหรือไม่ ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป 



ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 อยากฝากขอเตือนประชาชนให้ระวังการโทรศัพท์สอบถามรหัส OTP ของแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยต้องไม่ให้รหัส OTP กับคนที่ไม่รู้จักหรือคนที่ถามมาทางข้อความไม่ว่าจะอ้างเป็นผู้ใดจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม โดยให้มั่นใจว่าทางธนาคารทุกธนาคารไม่มีนโยบายขอ OTP ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งต้องไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรเครดิตลงในโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบข้อความ หรือรูปภาพ และต้องระมัดระวังการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินต่างๆ เช่น การกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านทางเว็บลิงก์ที่อ้างเป็นธนาคาร ผู้อื่น หรือผู้ปล่อยเงินกู้ ตามเพจต่างๆ ที่ให้กู้ออนไลน์ อย่าเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นใช้ หรือรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง.....

ไทยพาณิชย์เตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกขอข้อมูล 

ช็อกแค่พลาดบอกรหัสOTP จากมีเงิน4แสน-เหลือ70บาท

ซิว2ไต้หวันส่งลิงก์ปลอมธนาคาร หลอกแฮกเงินคนไทย
 


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น