อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

จ่อฟันโกง'เราเที่ยวด้วยกัน'นับพัน ช่องโหว่แอพเพียบ

กองปราบฯขยายผลเอาผิดเครือข่ายทุจริตโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" พบกระทำอีกนับพันราย แฉช่องโหว่จากวางระบบแอพพลิเคชั่นหละหลวม พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 16.40 น.

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยถึงความคืบหน้าปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกันว่า หลังจากนี้ทางตำรวจจะยังคงดำเนินการตรวจสอบขยายผลอย่างต่อไป เนื่องจากยังมีผู้กระทำผิดอีกจำนวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 400 แห่ง และร้านอาหาร ร้านค้ากว่า 400 แห่ง รวมทั้งประชาชนผู้ใช้สิทธิที่รู้เห็นเป็นใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินคดีทั้งหมด ทั้งนี้สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) นอกจากการจับกุมดำเนินคดีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้อายัดบัญชีธนาคารของผู้ประกอบการเหล่านี้ไว้อีกด้วย และเฉพาะเพียงแค่ จ.ชัยภูมิ มีการอายัดบัญชีธนาคารไปแล้วกว่า 100 บัญชี ขณะที่ในส่วนการตรวจสอบพฤติการณ์ก่อเหตุของแต่ละรายนั้น ไม่พบความเชื่อมโยงกัน ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างใช้วิธีการของตนเองในการหาช่องว่างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
       
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเหล่านี้ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ” ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้วนั้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ได้ทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวนโดยตีราคาประกันเป็นเงินสด 1 แสนบาท กรณีหลักทรัพย์ต้องมีมูลค่า 2 แสนบาท แต่ยังมีผู้ต้องหาอีก 17 คน ที่ยังคงถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เนื่องจากขั้นตอนการสอบปากคำยังไม่แล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหาขบวนการทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ใน จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต พบว่าแม้แต่ละกลุ่มจะมีการใช้กลโกงหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ทั้งหมดล้วนอาศัยช่องโหว่ในการวางระบบของธนาคารกับแอพพลิเคชั่นที่รองรับการสั่งจองห้องพักโรงแรม ที่ต้องมีบริษัทตัวกลางคอยรับและโอนเงินของรัฐบาลให้กับโรงแรม รวมถึงการที่ระบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถปรับจำนวนผู้จองห้องที่สูงเกินจริงได้โดยไม่มีการตรวจสอบหรือมีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานของรัฐ จึงยากต่อการตรวจสอบ จนเป็นเหตให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าสูงดังกล่าว.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ตะลุยค้น55จุด'ชัยภูมิ-ภูเก็ต' ทุจริตเราเที่ยวด้วยกัน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น