อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

จ่อฟันโกง'เราเที่ยวด้วยกัน'นับพัน ช่องโหว่แอพเพียบ

กองปราบฯขยายผลเอาผิดเครือข่ายทุจริตโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" พบกระทำอีกนับพันราย แฉช่องโหว่จากวางระบบแอพพลิเคชั่นหละหลวม พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 16.40 น.

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยถึงความคืบหน้าปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกันว่า หลังจากนี้ทางตำรวจจะยังคงดำเนินการตรวจสอบขยายผลอย่างต่อไป เนื่องจากยังมีผู้กระทำผิดอีกจำนวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 400 แห่ง และร้านอาหาร ร้านค้ากว่า 400 แห่ง รวมทั้งประชาชนผู้ใช้สิทธิที่รู้เห็นเป็นใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินคดีทั้งหมด ทั้งนี้สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) นอกจากการจับกุมดำเนินคดีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้อายัดบัญชีธนาคารของผู้ประกอบการเหล่านี้ไว้อีกด้วย และเฉพาะเพียงแค่ จ.ชัยภูมิ มีการอายัดบัญชีธนาคารไปแล้วกว่า 100 บัญชี ขณะที่ในส่วนการตรวจสอบพฤติการณ์ก่อเหตุของแต่ละรายนั้น ไม่พบความเชื่อมโยงกัน ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างใช้วิธีการของตนเองในการหาช่องว่างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
       
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการเหล่านี้ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ” ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้วนั้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ได้ทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวนโดยตีราคาประกันเป็นเงินสด 1 แสนบาท กรณีหลักทรัพย์ต้องมีมูลค่า 2 แสนบาท แต่ยังมีผู้ต้องหาอีก 17 คน ที่ยังคงถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เนื่องจากขั้นตอนการสอบปากคำยังไม่แล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหาขบวนการทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ใน จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต พบว่าแม้แต่ละกลุ่มจะมีการใช้กลโกงหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ทั้งหมดล้วนอาศัยช่องโหว่ในการวางระบบของธนาคารกับแอพพลิเคชั่นที่รองรับการสั่งจองห้องพักโรงแรม ที่ต้องมีบริษัทตัวกลางคอยรับและโอนเงินของรัฐบาลให้กับโรงแรม รวมถึงการที่ระบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถปรับจำนวนผู้จองห้องที่สูงเกินจริงได้โดยไม่มีการตรวจสอบหรือมีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานของรัฐ จึงยากต่อการตรวจสอบ จนเป็นเหตให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าสูงดังกล่าว.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ตะลุยค้น55จุด'ชัยภูมิ-ภูเก็ต' ทุจริตเราเที่ยวด้วยกัน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 31