อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564

จ่อสอบ9พันคนเอี่ยวโกง'เราเที่ยวด้วยกัน' เล็งฟันอีก800

จ่อเรียกสอบ 9,000 คน เอี่ยวโกงเราเที่ยวด้วยกัน แฉเจอโรงแรม-ร้านค้า ส่อทุจริตอีก 800 แห่ง ท่องเที่ยวส่งคนแจ้งเอาผิดสัปดาห์เช่นเกัน “บิ๊กปั๊ด-ดำรงศักดิ์” เรียกพนักงานสอบสวนทั่วประเทศติวเข้มวางกรอบทำงาน อาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 เวลา 16.05 น.

จากกรณีตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินการตรวจสอบเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ที่ทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" จนนำไปสู่ปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 55 จุด ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิและ จ.ภูเก็ต สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 50 ราย ก่อนเตรียมขยายผลเอาผิดไปยังประชาชนที่ร่วมกันฉ้อโกงจำนวนมาก เฉพาะโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ท จ.ชัยภูมิ พบผู้กระทำผิดกว่า 9,000 คน ตามข่าวที่นำเสนอมาต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีโครงการ 'เราเที่ยวด้วยกัน' ว่า ในสัปดาห์หน้า พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติปภัสร์ รอง ผบ.ตร. จะมีคำสั่งเรียกตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ในสังกัด บช.ภ.1-9 รวมทั้ง บช.น. ที่คุมสอบสวนจากทั่วประเทศ ให้มาร่วมประชุมเกี่ยวกับการวางแนวทางการทำคดีทุจริตโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยคาดว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมาเป็นประธานเปิดการประชุมดังกล่าว สำหรับแนวทางในการประชุมครั้งนี้ กองปราบปรามจะเป็นเหมือนพี่เลี้ยงคอยวางกรอบประเด็นการสอบสวนต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับตำรวจตามโรงพักต่างๆ นำไปใช้ในการสอบสวนผู้ต้องหาทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน รวมทั้งการสอบสวนขยายผลด้วย ที่ต้องจัดให้มีการเรียกกองบังคับการจากทั่วประเทศมาประชุม เนื่องจากผู้ต้องหาในการทุจริตครั้งนี้ต่างมีที่อยู่ถิ่นฐานอาศัยกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รอง ผบก.ป. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้นสัปดาห์หน้า กระทรวงการเที่ยวฯ จะส่งเจ้าหน้าที่มาแจ้งความกับกองปราบปรามให้ดำเนินคดีโรงแรมอีก 400 กว่าโรงแรม ร้านอาหารร้านค้า 400 กว่าร้านค้า ที่ทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในจำนวนนี้มีทั้งตัวการใหญ่ลงมาถึงประชาชนจำนวนมากที่เข้าไปร่วมกับขบวนการโกงชาติ ทั้งนี้ รองผบ.ตร. มองว่า การทำงานจำเป็นจะต้องให้การสอบสวนออกมาเป็นแนวทางเดียวกัน สำหรับขณะนี้พบว่า มีโรงแรมเข้าข่ายการกระผิดเพิ่มขึ้นมาอีกมีผู้ต้องหาที่ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องเพิ่งตาสว่าง เชิญตำรวจกองปราบฯ ร่วมประชุมหารืออุดช่องทางการทุจริตโครงการต่างๆ ที่ช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล ซึ่งทางด้านรอง ผบ.ตร. เตรียมเรียกตัวแทนตำรวจทั่วประเทศประชุมวางกรอบทำงาน เพราะผู้ต้องหามีอยู่ทั่วประเทศ การสอบสวนทั้งหมดต้องเป็นในทางเดียวกันในการเหตุจำนวนมากและกระจายอยู่เป็นวงกว้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับต่อไป




รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญตำรวจกองปราบปราม ไปร่วมประชุม เพื่อร่วมวางแนวทางป้องกันอุดช่องโหว่รูรั่วกับการทุจริตที่จะมาในรูปแบบต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโครงการช่วยเหลือประชาชนต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งนี้ การทุจริตโครงการเที่ยวด้วยกันนั้นพบว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเปิดยอดการจองโรงแรมและใช้สิทธิซื้อของในร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมโครงการทั้งหมดจะมีบริษัทตัวกลางคอยรับทำหน้าที่อีกที โดยเงินที่ได้จากรัฐบาลจะผ่านไปที่ธนาคารก่อนจะไปเข้าบริษัทตัวกลาง เพื่อนำไปกระจายให้ตามโรงแรมร้านค้าร้านอาหารต่างๆ 

เท่าที่ผ่านมา พบว่า บริษัทตัวกลางไม่มีความสงสัยไม่มีการตรวจสอบว่า มียอดจองโรงแรมเกินจริง ทั้งที่โรงแรมมี 10 กว่าห้อง แต่ยอดจองเป็นเป็น 100-1,000 ห้อง มีความเป็นไปได้หรือไม่ จองโรงแรมจังหวัดนี้ แต่กลับไปทานอาหารหรือซื้อของที่จังหวัดอื่นทั้งหมดนี้ บริษัทตัวกลางไม่เคยได้ตรวจสอบ เพราะไม่มีผลเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จะมีหน้าที่คอยหักค่าเปอร์เซ็นต์จากการเป็นตัวกลางในการจองโรงแรมและซื้อของตามร้านค้าและกินอาหารตามร้านอาหารเท่านั้น  

สอดรับกับทางรายงานข่าวที่ระบุว่า เบื้องต้นพบผู้กระทำผิดมากถึง 9,000 ราย ทั่วประเทศ ภายในสัปดาห์หน้า กองปราบปรามจะส่งประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ ที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ เพื่อเรียกตัวผู้ใช้สิทธิมาทำการสอบปากคำ ทั้งนี้ หากผู้ที่ถูกเรียกมาสอบสวนไม่ได้ไปใช้สิทธิที่โรงแรมจริง ก็จะถือว่าเป็นตัวการร่วมกันฉ้อโกง และเมื่อทำการสอบสวนเสร็จ ท้องที่จะรวบรวมส่งกลับมายังกองปราบปราม นอกจากนี้ทางทีมสอบสวนกองปราบปราม ยังได้รับข้อมูลจากธนาคารกรุงไทยว่า พบพิรุธของโรงแรมอีกกว่า 400 แห่ง และร้านค้าอีกกว่า 400 แห่ง มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต จึงรายงานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีในสัปดาห์หน้าดังกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แฉกลโกง'เราเที่ยวด้วยกัน' ใช้สิทธิเกินจริง-ไร้ตรวจสอบ

จ่อฟันโกง'เราเที่ยวด้วยกัน'นับพัน ช่องโหว่แอพเพียบ

ป.ตะลุยค้น55จุด'ชัยภูมิ-ภูเก็ต' ทุจริตเราเที่ยวด้วยกัน






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 36