อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

'ลิลลี่'ปัดเป็นแฟนแร็พเปอร์ดัง เชื่อฝีมือรุ่นพี่กลั่นแกล้ง

"ลิลลี่" โพสต์โต้เดือดผ่านโซเชียล ปัดไม่ได้เป็นแฟนแร็พเปอร์คนดัง "โต้ง อิลสลิก" และไม่เคยจัดหาสาวให้ร่วมหลับนอนแต่อย่างใด เชื่อเป็นฝีมือพี่ที่เคยร่วมงานกลั่นแกล้งให้เข้าใจผิด เตรียมเดินหน้าต่อสู้ด้วยความจริงทั้งหมดที่มี พร้อมดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 22.49 น.


จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) สาววัย 18 ปี แจ้งความจับ น.ส.ลิลลี่ ตัณฑ์เอกชน อายุ 30 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ โดยอ้างว่าเป็นธุระจัดหาให้ น.ส.เอ ไปร่วมหลับนอนสนองความใคร่ให้ นายทิฆัมพร เวชไทยสงค์ หรือ "โต้ง อิลสลิก" (Illslick) อายุ 34 ปี นักร้องแร็พเปอร์หนุ่มชื่อดัง ภายในบ้านพักใน จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 6-17 ก.พ.64 ภายหลัง พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น แจ้งว่ากำลังออกหมายเรียก น.ส.ลิลลี่ และนักร้องชื่อดังมาพบเพื่อให้ปากคำ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. น.ส.ลิลลี่ ตัณฑ์เอกชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Lily Tunekachon โดยระบุว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความถูกต้องทั้งหมด ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาและพฤติกรรมที่จะหลอกลวงหรือหลอกล่อใคร รวมทั้งข่าวลือต่าง ๆ เช่น การกักขังหน่วงเหนี่ยว การทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเช่นกัน ก่อนหน้านี้ตนหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น และทำให้เรื่องราวดูแย่ลงไป จึงต้องออกมายืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นแฟนใครเลยมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว มีเพียงสัญญาว่าจ้างและมาทำงานร่วมกันบางช่วงเท่านั้น

สาเหตุที่เลิกจ้าง เนื่องจากบังเอิญพบพฤติกรรมบางอย่างที่ยอมรับว่าไม่สบายใจมาก แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือรู้สึกเป็นห่วง มีความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ และอยากให้มีชีวิตที่ดีต่อไป จึงตัดสินใจให้เดินทางกลับ แต่มีความเห็นไม่ตรงกัน สำหรับการให้ข้อมูลข่าว ตนจะเผยแพร่ผ่านพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น เพราะไม่ต้องการให้สื่อมวลชนมารบกวนที่บ้าน และคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

เหตุการณ์นี้มีเรื่องเดียวที่ทำให้ต้องร้องไห้ก็คือ การได้รู้ว่าพี่ที่ตนรักเคารพและร่วมงานช่วยเหลือกันในทีมมาโดยตลอด เป็นคนที่คิดร้ายและพยายามให้เกิดความเข้าใจผิดนี้ขึ้น โดยการร่วมมือกับพี่อีกคนที่เราเลิกร่วมงานกันก่อนหน้านี้ อยากบอกถึงพี่ ๆ ทั้งสองคนว่าเสียใจจริง ๆ ที่พี่ ๆ ตัดสินตนโดยไม่สอบถามหรือพูดคุยกันก่อน มันไม่ได้เป็นแบบที่พี่ ๆ คิด ต่อจากนี้ คงทำได้เพียงต่อสู้คดีด้วยความจริงทั้งหมดที่มี และจำเป็นต้องดำเนินคดีกับทุกคนที่ได้ทำการหมิ่นประมาท เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองบ้าง ขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นและขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ที่สนับสนุนมาโดยตลอด ขอบคุณทุกคนจริงๆที่เข้าใจ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น