อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

จับแล้ว'ตูน-แบ๊งค์'2โจรชิงทอง ไม่ธรรมดาปล้นรถขนเงิน

รวบแล้ว 2 คนร้ายชิงทองหนัก 260 บาท มูลค่า 6,580,000 บาท คาแคมป์คนงานย่านพระราม 3 พบประวัติเคยปล้นรถขนเงินในกรุงเทพฯ ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 16.01 น.


จากกรณีเหตุ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงทองร้านทอง "เยาวราชกรุงเทพ" บนชั้น 1 ของห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี กวาดทรัพย์สิน เงินสด 80,000 บาท ทองรูปพรรณ สร้อยข้อมือ สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 260 บาท รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 6,580,000 บาท ขึ้นรถ จยย.หลบหนีไปได้
   
คืบหน้าเมื่อวันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จิรายุส วาณิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมชุดสืบสวน นำกำลังเข้าจับกุม นายทวีวงศ์ หรือตูน หอมเนียม อายุ 37 ปี นายคันสร หรือแบ๊งค์ วสุหิรัญ อายุ 39 ปี สองคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองร้านทอง โดยจับกุมตัวได้ทั้งสองคนขณะนายแบ๊งค์และนายตูน หลบไปซ่อนตัวอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง พีทีไอ ย่านพระราม 3 กรุงเทพฯ 



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายแบ๊งค์ จึงได้นำกำลังไปจับได้พร้อมรถ จยย. เอ็นแม็กซ์ สีบรอนซ์ ที่นายแบ๊งค์ใช้สติกเกอร์สีขาวแรปปิดบังเอาไว้ขณะก่อเหตุ พร้อมอาวุธปืนหนึ่งกระบอก หลังควบคุมตัวนายแบ๊งค์ได้ ชุดสืบสวนได้ให้นายแบ๊งค์โทรศัพท์ติดต่อนายตูนให้มาพบที่แคมป์คนงาน จนกระทั่งต่อมานายตูน ได้ขี่รถ จยย.คันใหญ่ยี่ห้อ ยามาฮ่า เอ็กซ์แม็กซ์ สีดำ เข้ามาหานายแบ๊งค์ ชุดสืบสวนจึงเข้ารวบตัว และพบว่าใต้เบาะของนายตูน มีของกลางเงินสด ทองรูปพรรณ ที่ชิงมาได้ซุกซ่อนอยู่เป็นทองน้ำหนักราว 200 บาท และอาวุธปืนอีกสองกระบอก จึงนำตัวคนร้ายทั้งสองคนเดินทางมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อทำการสอบสวน

เบื้องต้นพบว่านายตูน เคยมีประวัติปล้นรถขนเงินในกรุงเทพฯ ส่วนของกลางซึ่งยังตามไม่ครบ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อติดตามทรัพย์สินที่เหลือกลับคืนมา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

กวาด6.5ล.-ขี่เอ็นแม็กซ์หนี '2โจร'ควงปืนชิงทองในบิ๊กซี


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 26