อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

จ่อหมายจับ3มือเผาพระบรมฉายาลักษณ์ โทษถึงประหาร

ตำรวจเตรียมขอหมายจับ 3 ผู้ต้องหา เผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ความผิด 4 ข้อหาหนัก โทษถึงประหารชีวิต เลขาฯรมว.ยุติธรรม ชี้วงจรปิดมัดตัวชัดเจน เชื่อโยงกลุ่มการเมือง  อังคารที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 14.25 น.

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการวางเพลิงเผาทรัพย์ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ว่า จากการสืบสวนของตำรวจร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ตอนนี้ทราบว่า มีผู้ก่อเหตุ 3 ราย ชาย 2 หญิง 1 ใช้รถยนต์ในการก่อเหตุ ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายศาลออกหมายจับ และจากการตรวจสอบเชิงลึกทำให้ทราบว่า เกี่ยวกับกลุ่มการเมือง ซึ่งหากพบว่า มีใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมด เพราะเป็นการกระทำที่ถือว่า เป็นการทำลายความรู้สึกของคนไทย สิ่งที่ทำเป็นโทษที่ร้ายแรงมาก เพราะเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และมีโทษหนักถึงประหารชีวิต เพราะเป็นโรงเรือนและสมบัติของทางราชการ 

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าว มีความเป็นไปได้จะเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ซึ่งเจตนาเผาพระบรมฉายาลักษณ์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ตามมาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี รวมถึงการบุกรุกสถานที่ราชการ มีโทษจำคุก 5 ปี และยังมีเรื่องของความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องการแชร์ภาพอันมิบังควร มีโทษจำคุก 5 ปี รวมแล้วตอนนี้มี 4 ข้อหาหนักซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต 

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า จากไทม์ไลน์ที่ทาง ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้สืบสวนและตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุพบว่า เวลา 02.46 น. เห็นรถคนร้ายวิ่งผ่านร้านแกรนด์โฮม ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร ซอยงามวงศ์วาน 35 จากนั้นเวลา 02.49 น. กล้องวงจรปิดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ พบรถคนร้ายวิ่งผ่านหน้าสำนักงาน ฝั่งถนนงามวงศ์วานขาออก วิ่งผ่านประตูเรือนจำกลางคลองเปรม และเวลา 02.50 น. และกล้องมุมสูงของการไฟฟ้าฯ พบรถคนร้ายจอดริมถนนเลยจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เวลา 02.55 น. คนร้ายถอยรถกลับมาห่างจากจุดเกิดเหตุ 20 เมตร จนกระทั่งเวลา 03.08 น. พบว่าไฟเริ่มติดตรงจุดเกิดเหตุ และอีก 1 นาทีต่อมา คนร้ายได้ขับออกไปเพื่อหลบหนี

“มีการเตรียมการแน่นอน เพราะในที่เกิดเหตุพบไฟแช็ก น้ำมัน เตรียมมาจุดไฟเผา และใช้เวลาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ก.พ. ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 10 นาที และหนีทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรมราชทัณฑ์ได้ทำรายงานถึงสำนักพระราชวัง เพราะเวลาที่เรานำพระบรมฉายาลักษณ์มาใช้ เราต้องขออนุญาตจากทางสำนักพระราชวัง หากถูกเผาทำลาย ก็ต้องรายงานให้ทราบ ทั้งนี้ ปกติภายในเรือนจำมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งที่เกิดเหตุติดถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตามปกติ ตอนนี้อธิบดีได้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุด มีเวรยามตลอดเวลา และจุดใดที่มีความละเอียดอ่อนก็ได้สั่งให้ดูแลเข้มข้นขึ้นในทุกเรือนจำ" ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้ตัวมือเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ขอเวลาไม่นานจับได้แน่! 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    77%
  • ไม่เห็นด้วย
    23%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 22