อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

ให้ประกันวินจยย.รุมตื้บรปภ.โคม่า อ้างถูกกระบองตีก่อน

ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เผยให้ประกันตัว 3 วินจยย.หัวร้อนรุมกระทืบรปภ.รพ.บำราศฯ อาการโคม่าเป็นตายเท่ากัน อ้างถูกคนเจ็บใช้กระบองตีก่อน แถมจะหยิบมีดแทง ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 17.25 น.


จากกรณี ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับการประสานจาก รพ.พระนั่งเกล้า ว่า นายพีระพันธ์ เจียรพันธ์ อายุ 57 ปี รปภ.รพ.บำราศนราดูร ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ รุมทำร้ายร่างกาย มีอาการเลือดคั่งในสมอง ทีมแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว ต่อมาฝ่ายสืบสวนจับกุมตัว ผู้ก่อเหตุเอาไว้ 3 คน ประกอบด้วย นายเกียรติศักดิ์ นนตะ อายุ 37 ปี นายสุเทพ เขม้นกสิกิจ อายุ 38 ปี และ นายวิรัตน์ มีบุญล้ำ อายุ 36 ปี โดยนายเกียรติศักดิ์ อ้างว่าถูกคนเจ็บมองหน้า หาว่าขับรถเร็ว ขณะขี่รถ จยย.ไปส่งผู้โดยสาร จนมีเรื่องชกต่อยกัน กระทั่งคลิปถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย 

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยถึงสาเหตุว่า ทางรปภ.ได้กล่าวตักเตือนแล้วมีปากเสียงกัน ทางพยานที่เห็นเหตุการณ์ได้ให้การว่า ฝ่าย รปภ.ได้ใช้กระบองตีวิน จยย.ผู้ก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุจึงกลับไปเอาอาวุธคือเหล็กแป๊บที่บ้าน มาที่เกิดเหตุอีกครั้ง และเกิดการทะเลาะวิวาทตามคลิปที่เห็น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 3 คนไว้แล้ว และให้การรับสารภาพตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า ไม่คิดว่าทาง รปภ.คู่กรณีจะบาดเจ็บหนักขนาดนี้ พร้อมทั้งได้เข้าไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.แล้ว แต่ทาง รพ.ไม่ให้เยี่ยม และทางผู้บาดเจ็บยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้บาดเจ็บสาหัส ญาติผู้ก่อเหตุได้มาขอประกันตัว พนักงานสอบสวนตีหลักทรัพย์ไว้คนละ 2 แสนบาท หากคนเจ็บเสียชีวิต ทางตำรวจก็จะแจ้งข้อหาเป็นร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายต่อไป



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังถูกจับกุม นายเกียรติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะรับผู้โดยสารเข้าไปส่งที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ขับผ่าน รพ.บำราศนราดูร นายพีระพันธ์ รปภ. กำลังโบกรถให้คนข้ามถนนอยู่ ได้มองหน้าตนเหมือนไม่พอใจ หลังส่งผู้โดยสารเสร็จ ขากลับออกมา นายพีระพันธ์ ได้ออกมาโบกรถให้ตนจอด และถามตนว่า มึงจะขับรถเร็วจะรีบไปไหน แล้วมึงมองหน้ากูทำไม ตนจึงพูดไปว่า ผมมีผู้โดยสารจะขับรถเร็วได้ไง แล้ว รปภ.ได้เอากระบองเหล็กตีมาที่แขนซ้าย ตนจึงจอดรถลงไปชกต่อยและเตะจนล้มลง พอนายพีระพันธ์ ลุกขึ้นมาได้วิ่งกลับไปที่ป้อมยามเอามีดมาจะแทงตน 

นายเกียรติศักดิ์ ให้การต่อว่า ตนจึงขี่รถ จยย.กลับมาบ้านเอาเหล็กแป๊บ และเล่าเรื่องให้ นายสุเทพ กับนายวิรัตน์ เพื่อนที่วิน จยย.ฟัง เมื่อเพื่อนเห็นว่ามีเรื่อง จึงขี่รถ จยย.ตามมาก่อนจะรุมชกต่อย และเตะ นายพีระพันธ์ จนสลบ โดยมี รปภ.คนอื่นเข้ามาห้าม หลังเกิดเหตุได้แยกย้ายกลับไปขี่วิน จยย.รับจ้าง พอใจเย็นลง ตนทั้ง 3 คน ได้ไปที่ รพ.บำราศนราดูร เพื่อสอบถามอาการและจะมาขอโทษกับคนเจ็บ แต่นายพีระพันธ์ ได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้า จึงได้ซื้อผลไม้ไปเยี่ยม และพบกับญาตินายพีระพันธ์ พร้อมยอมรับผิดและขอโทษกับเรื่องที่ทำร้ายนายพีระพันธ์ ก่อนเดินทางกลับ จนตำรวจได้มาหาที่วินแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวน



ด้านเพื่อนร่วมวินผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า เห็น รปภ.ผู้บาดเจ็บตีเพื่อนตนก่อนด้วยกระบองเหล็กแบบยืดหยุ่นได้ จนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชาก ตนจะเข้าไปห้าม แต่มีเจ้าหน้าที่อาวุโสเข้ามาห้ามแล้ว พร้อมบอกว่าให้รีบขับไป แต่ขณะที่เห็นน้องตนโดนกระทำก่อน โดนตีก่อน โดยที่น้องตนมือเปล่า ตนเห็น รปภ.มีอาวุธ มีกระบองเหล็ก และวิ่งไปเอามีดออกมา ก่อนหน้านั้นตนไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรมาก่อน แต่ดูจากนิสัยน้องตนเป็นคนขี่รถ จยย.เร็วถ้าอยู่คนเดียว แต่ถ้ามีผู้โดยสารก็ไม่ได้เร็วอะไร รปภ.จะโบกให้หยุดมันควรบอกก่อน 5-6 เมตร ถ้าระยะใกล้ๆ มันไม่สามารถหยุดได้ทันที การเตรียมตัว การบอกระยะ ต้องดูด้วย อาจจะเพราะแบบนั้น


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น