อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

เพิ่งพ้นคุกมีดฟันหลังแม่ ทรพีคลั่งยาซ้ำ!ไม้ทุบหัวพ่อดับ

ลูกทรพีเพิ่งพ้นโทษมีดฟันหลังแม่ ไม่สำนึกเสพยาบ้าอีกจนคลุ้มคลั่งคว้าไม้ทุบหัวพ่อนอนป่วยติดเตียงดับอนาถ อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 17.24 น.


เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ร.ต.อ.จิตติพัฒน์ วรวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งมีเหตุคนฆ่ากันตายในพื้นที่ อ.ธวัชบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีผ่องงาม ผกก.ธวัชบุรี แพทย์เวร รพ.ธวัชบุรี ชุดกู้ชีพเทศบาลตำบลอุ่มเม้า และอาสาสมัครกู้ภัยอโสกธวัชบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว บนที่นอน พบศพ นายผุย (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี นอนหงายจมกองเลือด สภาพใบหน้า หน้าผาก มีบาดแผล กระโหลกศีรษะถูกตีด้วยของแข็งจนยุบ ใกล้กันพบท่อนไม้ยาวประมาณ 30 ซม. และสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่ อย่างละ 1 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับควบคุมตัวลูกชายผู้ตาย อายุ 36 ปี ไว้ได้ในอาการคลุ้มคลั่ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบยาบ้าครึ่งเม็ดและอุปกรณ์การเสพอยู่ในเพิงพักของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ข้างบ้านจุดพบศพ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน



สอบสวนภรรยาผู้ตาย และเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ อายุ 57 ปี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายได้เสพยาบ้าก่อนจะเมาอาละวาด โดยตะโกนบอกว่าจะมีคนมาไล่ทำร้าย ก่อนจะเดินถือท่อนไม้และเสียมออกมาทุบบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนประตูบ้านพังเสียหาย 2 บาน โดยมีลูกชายของเพื่อนบ้านเข้ามาห้ามปราม ก่อนจะนำลูกชายตนกลับมาส่งที่บ้าน แต่ก็อาละวาดอีกครั้ง ตนเห็นท่าไม่ดีเกรงจะถูกทำร้าย จึงได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ซึ่งในขณะนั้นมีสามีที่นอนป่วยเป็นอัมพาตนอนติดเตียงอยู่ภายในบ้าน หลังจากที่ตนกำลังวิ่งออกไปก็ได้ยินเสียงคล้ายคนทุบตีอะไรบางอย่าง ตนจึงรีบร้องเรียกให้ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเข้าห้ามปรามและควบคุมตัวลูกชายไว้ได้สำเร็จ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธวัชบุรี จะควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



แม่ของผู้ก่อเหตุ กล่าวต่อว่า ลูกชายของตนเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 63 ในคดีเสพยาบ้าและทำร้ายบุพการี (แม่) โดยใช้สันมีดฟันหลังตน โดยหลังออกมาจากคุกไม่ดื่มกินและเสพยาอยู่ประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.64 ก็กลับมาเสพยาบ้าและเมาอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ก็มาลงมือฆ่าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง ซึ่งตนรู้สึกเสียใจมาก จะไม่ให้อภัย และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนอีก.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น