อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 มิถุนายน 2564

ผวจ.สั่งรื้อรูปปั้น'คนถวายหัว' ส่งที่ดินสำนักสงฆ์คืนทหาร

ผวจ.หนองบัวลำภู เผยจุดเกิดเหตุอดีตเจ้าสำนักสงฆ์ตัดหัวตัวเอง ยังเป็นแค่ที่พักสงฆ์ ไม่ได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ เป็นที่ดินทหารพร้อมส่งคืน พร้อมสั่งรื้อรูปปั้นคนถวายหัวทิ้ง ชี้เป็นความเชื่อที่ผิด วอนผู้ปฏิบัติธรรมใช้สติคิด จันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 18.45 น.

จากกรณี อดีตพระธรรมกร ฐานธัมโม หรือ นายธรรมกร วังปรีชา อายุ 68 ปี อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ภูหินกอง บ้านนาแค จ.หนองบัวลำภู สร้างอุปกรณ์คล้ายเครื่องกิโยติน ก่อนลาสิกขาบทเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ตัดศีรษะตัวเองขาดจากลำตัว เสียชีวิตคาที่ภายในสำนักสงฆ์ภูหินกอง เป็นการถวายเป็นพุทธบูชา เพราะเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ได้เป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าในโลกหน้า ทำให้ นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผวจ.หนองบัวลำภู นำกำลังตำรวจและสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.หนองบัวลำภู ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นางจิราภรณ์ บุญโพธิ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักสงฆ์ภูหินกอง ร่วมกับผวจ.หนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จากการตรวจสอบ ที่พักสงฆ์ภูหินกองแห่งนี้ยังไม่ถูกต้องตามระเบียบ และในอดีตเคยมาขออนุญาตจัดตั้งเป็นวัด แต่ยังดำเนินการไม่ได้ เพราะติดในเรื่องของพื้นที่ก่อสร้างวัด ในขณะเดียวกันอดีตพระธรรมกร ฐานธมฺโม เดิม ชื่อ นายธรรมกร วังปรีชา ตามใบสุทธิ สังกัดวัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เคยเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ แห่งวัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย และเป็นศิษย์สำนักเดียวกันกับเจ้าอาวาสวัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ก่อนได้ลาสิกขาเป็นเจ้าสำนักที่พักสงฆ์ภูหินกองแห่งนี้ และได้ก่อเหตุขณะนุ่งขาวห่มขาวหลังจากสึกเป็นพระได้ 1 วัน จึงไม่ใช่พระตามที่สื่อมวลชนเสนอไป 

“ขณะเดียวกันอดีตพระธรรมกร ในขณะที่บวชเป็นพระ ก็ไม่ได้ย้ายสังกัดมาสังกัดวัดในจังหวัดหนองบัวลำภู โดยปกติท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในข้อปฏิบัติด้านพิธีกรรม การก่อเหตุดังกล่าวคงไม่ใช่ลัทธิอะไร อาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หรือไม่ก็ไปรับข้อมูลจากไหนไม่ทราบ เพราะในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องอย่างนี้  อีกทั้งพระพุทธเจ้าท่านได้สั่งสอนให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติบูชาด้วยการละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา และที่สำคัญการกระทำ ดังกล่าวอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หรืออาจมโนผิดเพี้ยนไป และที่สำคัญการตัดคอตนเองในครั้งนี้ได้มีการเตรียมการและเขียนจดหมายบอกกล่าวให้ทุกคนทราบแล้วว่าในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ จะกระทำตามที่ได้เปล่งวาจาไว้” นางจิราภรณ์ กล่าว



ส่วน นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผวจ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า เรื่องนี้หากเป็นเรื่องของความเชื่อ ยอมรับว่าตกใจ และเป็นความเชื่อที่ผิด ที่ไม่คิดว่า ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีแนวคิดส่วนบุคคลเช่นนี้ ซึ่งก็ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุได้ประมาณ 2 วัน ทราบว่า เป็นความต้องการของผู้ตายที่ต้องการตัดหัวตัวเอง และมีการเตรียมการเป็นเวลานานถึง 5 ปี จากเอกสาร ในการดำเนินการตรวจสอบและคลี่คลายคดี ก็จะแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 จะต้องดำเนินคดีตามกฏหมายไปเพราะเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ส่วนที่ 2 สถานที่แห่งนี้ยังไม่ถือว่ามีการจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ เป็นเพียงที่พักสงฆ์ และเป็นพื้นที่ทหาร ก็จะให้ทางทหารดำเนินการร่วมกับทางคณะสงฆ์ต่อไป และจะมีการรื้อรูปปั้นที่เป็นเหตุจูงใจนี้ด้วย จึงขอให้ผู้ปฏิบัติธรรมใช้สติในการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามลูกศิษย์คนหนึ่งที่เคยขึ้นไปปฏิบัติธรรมและสนทนาธรรมกับอดีตพระธรรมกรอยู่บ่อยครั้ง กล่าวว่า อดีตพระธรรมกร สอนให้เคร่งครัดในเรื่องของพิธีกรรม แม้แต่ในคำอธิษฐานที่จารึกไว้หน้ารูปคนถวายหัวนั้น ก็เป็นเรื่องที่อดีตพระธรรมกรได้กระทำด้วยตนเองอยู่เสมอ ส่วนเครื่องตัดคอกิโยติน เหมือนในสมัยก่อน นั้นก็เพิ่งสร้างได้ปีกว่า ก่อนที่จะมีการตัดศีรษะตัวเอง



ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าญาติผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ร่วมในการชันสูตรไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เนื่องจากเป็นความประสงค์ของผู้ตายประกอบกับมีจดหมายเขียนโดยผู้ตายลงวันที่ 11 เม.ย. 64 สรุปข้อความได้ว่า เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมาผู้ตายให้คำมั่นว่า เมื่อครบกำหนด 5 ปี ในวันที่ 15 เม.ย. 64 ผู้ตายจะสักการบูชาพระพุทธเจ้าโดยการตัดศีรษะของตนเอง เพื่อที่ตนเองจะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ในอนาคตเมื่อถึงกำหนด 5 ปี ผู้ตายจึงทำตามที่ตั้งใจไว้ เมื่อชันสูตรเสร็จได้มอบศพให้ญาติจัดการตามประเพณี โดยเผาช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ด้าน พระราชวชิรธาดา เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของจิตวิปริต โรคจิต เกิดจากผลของการกระที่ไม่ศึกษาพระวินัยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ แม้แต่พระพยอม กัลยาโณ ชี้ว่าการตัดหัวถวายเป็นพุทธบูชา เท่ากับเป็นการดูถูกพระพุทธเจ้า เตือนถ้าจะทำบำเพ็ญบารมี ควรเข้าถึงบารมี 10 ทัศจะดีกว่า และ พระมหาไพวัลย์ วรวณฺโณ เปรียญธรรม 9 (ป.ธ.9) วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ ยืนยันว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้มีคำสั่งสอนให้ตัดหัวถวายพระพุทธเจ้า ไม่ทราบไปศึกษาตำราที่ไหนมาถือปฏิบัติ.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อเอาผิดเรียงตัว'พระ-ชี-ศิษย์' ปล่อย'อดีตพระ'ตัดหัวต่อหน้า

ลั่น!ตัดหัวถวายเป็นพุทธบูชา เท่ากับดูถูกพระพุทธเจ้า

สยอง!เจ้าสำนักสงฆ์ กิโยตินตัดหัวตัวเองอ้างเป็นพุทธบูชา 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น