อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ทีมอุ้มฆ่า"เสี่ย"เมียไลฟ์สด รับมัดศพถ่วงแท่งปูนทิ้งทะเล

1 ในทีมอุ้มฆ่าเสี่ยรับซื้ออาหารทะเล สามีสาวไลฟ์สด เปิดปากขุดศพหนีตำรวจมัดแท่งปูนถ่วงทิ้งทะเลหมู่เกาะอ่างทอง ตำรวจตามยึดเรือขนศพได้แล้ว พบเบาะแสมีรถกระบะขนศพอีก 1 คัน ด้านเมียประกาศให้รางวัล 1 แสนสำหรับผู้ให้เบาะแส อาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.48 น.

 
จากกรณีนางจินดาหรา วศินทรัพย์ อายุ 31 ปี ได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊ก ขอความช่วยเหลือเนื่องจากนายโกศล เรืองดุก อายุ 45 ปี สามีได้หายตัวไปขณะไปดื่มสุรากับเพื่อนที่ศาลาข้างบ้านเลขที่ 89 หมู่ 5 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พบรอยเลือดลากเป็นทางยาวกว่า 60 เมตร และรองเท้าแตะ จึงสงสัยสามีถูกลวงออกไปทำร้ายและนำตัวไปซ่อน ซึ่ง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ลงมาสืบสวนคลี่คลายด้วยตัวเองได้และจากการสอบปากคำพยาน อายุ 34 ปี รับสารภาพว่า นำศพนายโกศลไปฝังในป่าบ้านทุ่งใสไช หมู่ 5 ต.พุมเรียง อ.ไชยา เมื่อไปขุดค้นหาศพได้หายไป นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 พ.ค. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภาค 8 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สส.ภาค 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ และชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี คุมตัว 1 ในผู้ร่วมขุดศพ นายโกศล จากที่ฝังในป่าบ้านทุ่งใสไช หมู่ 5 ต.พุมเรียง นำบรรทุกใส่รถกระบะไปลงเรือหางยาวที่ท่าเรือแหลมโพธิ์ หมู่ 6 ต.พุมเรียง อ.ไชยา นำไปทิ้งกลางทะเล เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 3 พ.ค.64 ลงเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ที่ท่าเรือแหลมโพธิ์ เพื่อจำลองเหตุการณ์โดยให้พยานผู้ชายรายดังกล่าวพาไปชี้จุดทิ้งศพ

โดยอ้างว่าอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร แต่เมื่อเรือตรวจการณ์ตำรวจพาออกไปถึงกลางทะเล แล้วกลับอ้างว่า จำจุดบริเวณที่นำศพไปทิ้งไม่ได้ เนื่องจากคืนดังกล่าวเป็นช่วงที่ดึกมาก ตำรวจจึงได้นำทั้งหมดกลับเข้าฝั่งและนำชายดังกล่าวไปพักควบคุมตัวไว้ก่อน ต่อมา ชุดสืบสวน บก.สส.ภาค 8 ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และพนักงานสอบสวน สภ.ไชยา ได้นำชายดังกล่าวมาสอบปากคำอีกครั้ง จึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ได้นำศพนายโกศลไปทิ้งในทะเลจริงที่บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย โดยมีผู้ร่วมดำเนินการจำนวนหนึ่งใช้แท่งปูนซีเมนต์ มัดติดกับร่างศพเพื่อถ่วงน้ำไม่ให้ลอยขึ้นมา โดยชายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคนขับเรือออกจากท่าเรือแหลมโพธิ์ หมู่ 6 ต.พุมเรียง อ.ไชยา เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 4 พ.ค.64 แล้วเสร็จจึงนำเรือกลับเข้าฝั่งมาจอดไว้แล้วแยกย้ายกันไปเก็บตัว



ภายหลัง พนักงานสอบสวน สภ.ไชยา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ได้เดินทางไปตรวจสอบเรือหางยาวลำที่ใช้บรรทุกศพไปทิ้งพบเรือลอยไว้ที่ท่าเรือบ้านปากน้ำท่ากระจาย หมู่ 1 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ ซึ่งเป็นเรือหางยาวขนาดใหญ่ ท้องเรือกว้างประมาณ 3 เมตร ความยาวประมาณ 18 เมตร ติดเครื่องยนต์ที่ท้ายเรือใช้พวงมาลัยบังคับ จึงได้ตรวจหาหลักฐาน เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ที่คาดว่าจะติดอยู่ตามผ้าใบคลุมสิ่งของในเรือและที่ท้องเรือ นอกจากนั้นยังพบเชือกไนลอนสีเหลือง ซึ่งมีลักษณะคล้ายของกลางที่พบในจุดอุบัติเหตุหน้าวัดตะกรบ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

รายงานข่าวสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ชายคนขับเรือชาว อ.ท่าชนะ รายนี้ อายุประมาณ 50 ปี เป็นลูกน้องทำหน้าที่ขับเรือในกลุ่มทำประมงคราดหอยในอ่าวบ้านดอนของผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่ยังหลบหนีออกนอกพื้นที่อยู่ นอกจากนี้จากการสืบสวนได้ทราบเบาะแสว่าในคืนขุดศพนายโกศลในป่าบ้านทุ่งใสไช หมู่ 5 ต.พุมเรียง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 3 พ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 4 พ.ค. เพื่อนำศพหลบหนีการค้นหาของตำรวจไปทิ้งทำลายหลักฐาน ได้พบมีการใช้รถกระบะอีก 1 คันที่นำมาใช้ในการบรรทุกขนย้ายศพนายโกศลจากป่าบ้านทุ่งใสไช ไปยังท่าเรือแหลมโพธิ์ ซึ่งตำรวจได้เร่งออกค้นหาอยู่และสืบทราบว่ามีผู้หญิง 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย



วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนทุกหน่วยระดมเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดในบริเวณเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายขนย้ายศพนายโกศลบรรทุกใส่รถกระบะนำไปส่งลงเรือที่แหลมโพธิ์ เพื่อรวบรวมหลักฐาน ขณะที่ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ได้รับมอบหมายให้จัดชุดนักประดาน้ำนำเรือตรวจการณ์ออกไปค้นหาศพนายโกศลที่บริเวณหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย

ข่าวแจ้งว่า ช่วงบ่าย นางจินดาหรา ภรรยานายโกศล พร้อมญาติพี่น้องนายโกศล ได้เดินทางไปยังท่าเรือบ้านปากน้ำท่ากระจาย หมู่ 1 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ นำเรือออกไปตามหาศพสามีในบริเวณอ่าวพุมเรียงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะเจอร่างสามี โดยก่อนหน้านี้ญาตินายโกศล ได้ประกาศมอบเงินรางวัลจำนวน 1 แสนบาท ให้กับผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับศพนายโกศลด้วย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เค้น6ชม.ทีมอุ้มตัว'เสี่ย'หาย เปิดปากตายแล้วฝังเองกับมือ...

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น