อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

ห่วงนักโทษติดโควิดหลักหมื่น สั่งจับตา8คุกเฝ้าระวังเข้ม

"สมศักดิ์" ออกตัวประสาน "เสี่ยหนู" ขอวัคซีนฉีดผู้ต้องขัง กำหนด 10 มาตรการรับมือเชื้อโควิด หากย่อหย่อนจำเป็นโยกย้ายต้องไม่ว่ากัน ด้านอธิบดีราชทัณฑ์ เผยมีผู้ต้องขัง 15 เรือนจำติดเชื้อ ในจำนวนนี้ 8 เรือนจำใน กทม.และปริมณฑลต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 21.15 น.


เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่กรมราชทัณฑ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดในเรือนจำอยู่ที่ 10,384 คน  หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องดำเนินการตามมาตรา 10 คือ 1. ให้แถลงจำนวนผู้ต้องขัง ที่ได้ตรวจเชิงรุกไปแล้วมีจำนวนเท่าไร 2. ตรวจเชิงรุกให้ครบทุกเรือนจำ ทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่เรือนจำและเจ้าหน้าที่ส่วนกลางทุกคน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ของกรมราชทัณฑ์ทุกคน  55,000 คน  

3.เร่งสืบข้อเท็จจริงและสาเหตุการติดเชื้อครั้งนี้ ถ้าได้ความแน่ชัดต้องแจ้งให้ทราบโดยไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น 4.การรักษาและการเฝ้าดูอาการคนไข้จะทำตลอดเวลาไม่มีวันหยุด ทุกคนจะต้องทำงานแข่งกับเวลา 5.ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาวิธีการรักษาที่เร็วและได้ผลดีที่สุด โดยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งการใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร ช่วยรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยในระดับสีเขียวที่ติดเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ และคนระดับสีเหลืองที่กำลังเริ่มมีอาการ      

ลือเด้ง'อธ.ราชทัณฑ์-ผบ.คุกเชียงใหม่' เซ่นโควิดระบาด



6.ผู้ต้องขังเป็นประชาชนคนไทย ที่ต้องอยู่ในเรือนจำไปไหนไม่ได้ การอยู่ในที่ถูกล้อมเอาไว้ ขยับขยายไปไหนไม่ได้เป็นอุปสรรคอย่างมหาศาลในการแก้ไข้ปัญหา ประกอบกับห้องนอนนั้นมีผู้ต้องขังอยู่กันอย่างแออัด 7.มีความจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังและผู้คุมที่ไม่ติดเชื้อในทุกเรือนจำอย่างเร่งด่วน 8.ติดประกาศหน้าเรือนจำทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อกี่คนและไม่ติดเชื้อกี่คน หายแล้วกี่คน อย่างน้อยที่สุดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และจะปรับตัวเลขทุกวัน เพื่อให้ประชาชนในแต่ละชุมชนได้รับทราบ 

9. ผู้บัญชาการเรือนจำทุกคนต้องทำรายชื่อผู้ติดเชื้อ และปรับปรุงรายวันเพื่อให้ญาติผู้ต้องขังทุกคนสามารถตรวจสอบได้ทุกวัน และ 10.กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ จะรีบเร่งวางแผนเตรียมตัวรับการระบาดครั้งนี้ และครั้งหน้าที่จะมีมาได้ทุกเมื่อ โดยจะรีบเร่งพิจารณาเรื่องบุคลากรที่ขาดแคลน เช่น พยาบาล แพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนพื้นที่ในการรองรับ การดูแลรักษาผู้ต้องขัง ทั้งนี้ ตอนที่ประชุมกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์และรองอธิบดีเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว หากใครย่อหย่อน ไม่เข้มแข็ง เวลามีความจำเป็นต้องปรับโยกย้ายต้องไม่ว่ากัน



รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับการฉีดวัคซีน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้ประสานขอวัคซีนจากกรมควบคุมโรคแล้ว ในส่วนนี้ตนจะประสานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ขอให้ดำเนินการเรื่องวัคซีนเรียบร้อย ซึ่งหวังว่าทางนายอนุทินจะเข้าใจและเร่งดำเนินการให้ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนอยู่แล้ว และเดือน มิ.ย.จะมีแอสตราเซเนกาเข้ามาเพิ่ม ส่วนการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์จะมีค่าใช้จ่าย 5,000 บาท ต่อผู้ป่วย 1 คน หากใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ป่วย 10,000 คน จะใช้เงินถึง 50 ล้านบาท แต่ถ้าฉีดวัคซีนกับผู้ต้องขัง 300,000 คน ค่าใช้จ่ายคนละ 1,000 บาท จะใช้เงิน 300 ล้านบาท เพื่อหยุดเชื้อในเรือนจำได้ทั้งหมด แต่หากยังไม่สามารถหาวัคซีนได้ครบก็จะพิจารณาพักโทษรูปแบบพิเศษเพิ่มเติม นอกเหนือจากการพักโทษและติดกำไลอีเอ็ม โดยพิจารณาสิ่งแวดล้อมและข้อเท็จจริง ตลอดจนสภาวะของผู้ต้องขังเพื่อกำหนดนโยบายการพักโทษขึ้นมา ส่วนการแก้กฎหมายยาเสพติดคาดว่าจะเข้าสู่วาระพิจารณาของรัฐสภาต้นเดือนหน้า หากกฎหมายผ่านสภาแล้ว จะมีนักโทษประมาณ 5 หมื่นรายได้ปรับอัตราโทษใหม่

'สมศักดิ์'ปัดเด้งแค่คาดโทษ อธ.ราชทัณฑ์-ผบ.คุกเชียงใหม่

“สถานการณ์ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ต้องขังติดเชื้อ 3,793 ราย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ในฐานะเจ้าบ้านต้องรู้ขั้นตอนส่วนต่างๆ และไปดำเนินการให้ชัดเจน โดยมีการร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัด ส่วนเรื่องตัวเลขต้องชี้แจงให้ชัดเจน เราไม่ได้ปิดบังหรือปกปิด ถ้าไม่สามารถทำให้ถูกต้องได้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ เราจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายอายุตม์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขัง 15 เรือนจำติดเชื้อ โดยมี 8 เรือนจำใน กทม.และปริมณฑลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและเช็กตัวเลขทุกวัน มียอดผู้ติดเชื้อเท่าไร รักษาหายเท่าไร ได้แก่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำบางขวาง เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำจังหวัดนนทบุรี และเรือนจำฉะเชิงเทรา ส่วนเจ้าหน้าที่มีติดเชื้อ 33 ราย ขณะนี้เหลือเจ้าหน้าที่ที่ยังรักษาอยู่ 17 ราย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น