อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564

ตร.จัดหนักสั่งฟ้อง'ทนายตั้ม' แจ้งเท็จช่วย'เอมี่'หลุดคดี

ตร. สั่งฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" แจ้งหลักฐานเท็จ ช่วย "เอมี่" หลุดคดียาเสพติด พฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 17.37 น.


เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวแจ้งว่าพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ให้กับพนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี คดีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ศาลาแดง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เมื่อเดือน พ.ค. 62 ว่า ถูกนำเอกสารบัตรข้าราชการตำรวจไปปลอมแปลงลายเซ็น เพื่อใช้ในการยื่นต่อศาลในการขอลดโทษ พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 100/2 ในคดี น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนางเอกสาวชื่อดัง ตกเป็นจำเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับนายษิทรา ตามมาตรา 180 ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยนายษิทรา ถูกตำรวจจับกุมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 63 และได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี

สำหรับคดีการจับกุม น.ส.อาเมเรีย เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ย. 60 ตำรวจ 191 ได้ทำการจับกุมตัว นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ พร้อมแฟนสาว คือ น.ส.อาเมเรีย จาคอป ในคดีร่วมกันครอบครองยาเสพติด ส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีหลัง จากนั้นได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองไปยังศาลอาญามีนบุรี และ 21 ส.ค. 61 ศาลอาญามีนบุรี ได้มีคำพิพากษาชั้นต้น ลงโทษจำคุกนายปุณยวัจน์ มีกำหนด 25 ปี และยกฟ้อง น.ส.อาเมเรีย

'ทนายตั้ม'ได้ประกันตัว ยันคดีเอมี่ไม่มีอะไรจบไปนานแล้ว

ต่อมา 11 ก.ย. 61 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.ในขณะนั้น ว่ามีการวิ่งเต้นล้มคดี โดยใช้เรื่องมาตรา 100/2 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติด ทำให้ ด.ต.สิทธิศักดิ์ สุทธิประสิทธิ์ ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ศาลาแดง ถูกดำเนินการทางวินัย โดยถูกกล่าวหาว่าได้มีการนำสำเนาบันทึกการจับกุมสายศุภกิจ ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 40,000 เม็ด โดย ด.ต.สิทธิศักดิ์ เป็นผู้ร่วมจับกุม พร้อมด้วยสำเนา บัตรข้าราชการที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องยื่นต่อศาลจังหวัดมีนบุรี แล้วให้นายปุณยวัจน์ เบิกความว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลรายสำคัญกับ ด.ต.สิทธิศักดิ์ จนเป็นเหตุให้มีการจับกุมนายศุภกิจ ข้อเท็จจริง ด.ต.สิทธิศักดิ์ ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหานี้และไม่เคยนำสำเนาบันทึกจับกุมนายศุภกิจ และสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการไปให้กลุ่มผู้ต้องหาแต่อย่างใด

กระทั่งวันที่ 8 พ.ค. 62 ด.ต.สิทธิศักดิ์ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ให้ดำเนินคดีกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด นายอาคม คงสวัสดิ์ นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ และนายทอมมี่ จาคอป น้องชายของ น.ส.อาเมเรีย จาคอป ในฐานความผิด "ร่วมกันใช้หรืออ้างเอกสารปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 63 ศาลอุทธรณ์ ได้สั่งแก้โทษจำคุก น.ส.อาเมเรีย เป็นจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1 ล้านบาท แต่คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือคุก 33 ปี 4 เดือน ปรับ 6.6 แสนบาท ส่วน น.ส.อาเมเรีย นั้นมีรายงานว่า ได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 62 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น