อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

บุกช่วยตัวประกันถูกแก๊งอดีตตร. อุ้มรีดค่าไถ่2ล.ปมหักยา

ตำรวจกองปราบปรามระดมปฏิบัติการช่วยตัวประกัน รวบชุดอุ้ม 4 คน ขยายผลเอาผิดเพิ่มหลังพบมีทหารยศสิบเอกร่วมด้วย อังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16.15 น.


วันที่ 15 มิ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.แถลงข่าวปฏิบัติการบุกทลายเข้าช่วยเหลือบุคคลถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวได้จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายอรรถพนธ์ หรือเอก เดชะ อายุ 33 ปี นายอภิสิทธิ์ หรือเจ นิคม อายุ 26 ปี นายสุทธิรักษ์ หรือบ่าว บริรักษ์ อายุ 25 ปี และ นายสิทธิพงษ์ หรือบอย บุญสง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆ 80 นัด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง กุญแจมือสเตนเลส 3 คู่ โซ่ล่ามยาว 2 เส้น และ ยาไอซ์ และกัญชาอีกจำนวนหนึ่ง



พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้มีจุดเริ่มต้นจากวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง น.ส.จินดา เจนจริยานนท์ มาร้องเรียนกับ กก.6.บก.ป.เพื่อขอความช่วยเหลือหลัง นายจาฎพันธุ์ เจนจริยานนท์ ลูกชายและนายรุสดี ปูเต๊ะ เพื่อนสนิทลูกถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งใช้กำลังบังคับพาตัวขึ้นรถยนต์ออกไปจากรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ต่อมา กลุ่มคนร้ายจะโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหา น.ส.จินดา เพื่อข่มขู่เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 2 ล้านบาทแลกกับการปล่อยตัว โดยกลุ่มคนร้ายได้ส่งภาพถ่ายของลูกและเพื่อนในสภาพไม่สวมเสื้อ มือและเท้าถูกล่ามโซ่ตรวนขังอยู่ภายในห้อง หลังทราบเรื่องตำรวจจึงวางแผนให้ น.ส.จินดา ยื้อเวลาต่อรองขอจ่ายเงินก่อน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะนำที่ดินไปขายแล้วนำเงินไปให้ 



พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวต่อว่า ในช่วงนั้นตำรวจได้ลงพื้นที่เร่งสืบหาเบาะแส จนทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุคดีนี้ได้พาตัวประกันทั้ง 2 คนมาขังอยู่ในบ้านเช่าเลขที่ 49/3 หมู่ 5 ต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา จึงนำกำลังไปช่วยเหลือตัวประกันทันที โดยกระจายกำลังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว เมื่อสบโอกาสจึงจู่โจมบุกเข้าไปภายในบ้านก่อนพบผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ กำลังยืนเฝ้าผู้เสียหายทั้ง 2 รายที่ถูกล่ามโซ่ขังไว้อยู่ในห้อง จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและยาเสพติดได้อีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงเข้าให้การช่วยเหลือผู้เสียหายทั้ง 2 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย

ทางพ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6. บก.ป.กล่าวว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนรับสารภาพโดยได้รับการว่าจ้างจากนายทุนยาเสพติดรายใหญ่ให้จับตัวผู้เสียหายทั้ง 2 คนมาเรียกค่าไถ่ เนื่องจากทั้ง 2 คนติดค้างเงินค่ายาจากนายทุนคนดังกล่าวอยู่ ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายเคยรับงานทวงหนี้นอกระบบและจับคนมาเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ภาคใต้มาแล้วหลายครั้ง กระทั่งมาถูกจับกุมตัวในครั้งนี้ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนในความผิด “ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ใดให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบประวัตินายอรรถพนธ์นั้น พบว่าเคยรับราชการตำรวจยศ ส.ต.ต. ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดปฏิบัติการพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อนถูกให้ออกราชการเมื่อปี 2558 จากความผิดฐานขาดราชการเกิน 15 วัน จากนั้นจึงผันตัวเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด ถูกจับดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนและระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี พึ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ก.ย.2563 แต่หลังจากพ้นโทษออกมากลับยังคงมีพฤติการณ์ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนมีหมายจับศาลจังหวัดสตูล ข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” อีก 1 คดี 

จากแนวทางสืบสวนพบว่านอกจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกจับกุมตัวได้นั้นยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร ยศ ส.อ. ต้นสังกัดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ร่วมขบวนการดังกล่าวนี้ด้วย สอดคล้องกับคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหาที่ซัดทอดว่าทหารคนดังกล่าวเป็นคนรับงานต่อมาจากนายทุนแล้วมาว่าจ้างผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้ก่อเหตุดังกล่าวอีกที ขณะนี้ตำรวจกองปราบปรามอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกับเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลเอาผิดไปยังกลุ่มผู้จ้างวานและผู้ร่วมขบวนการคนอื่นต่อไป


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 27