อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564

ย้อนคดีดัง'จ่าคลั่งโคราช' สู่เหตุสะเทือนขวัญ'รพ.สนาม'

ย้อยรอยคดีดัง “จ่าคลั่ง” กราดยิงโคราช ทหารชั้นผู้น้อยถูกกดขี่ ทำร้าย สู่ชนวนอันสำคัญ “กราดยิง” รพ.สนาม สะท้อนปัญหาความรุนแรง และความอยุติธรรมในค่าย พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 19.30 น.


กลายเป็นอีกประเด็นที่สร้างความสะเทือนขวัญ และกำลังได้รับความสนใจ รวมทั้งถูกจับตามองจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ สำหรับเรื่องราวของ คนร้ายแต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร สวมหมวกเบเรต์สีแดง บุกยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ปากซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร​ จนพนักงานคนดังกล่าวเสียชีวิต จากนั้นได้เกิดเหตุคนร้าย ก่อเหตุยิงที่ รพ.สนาม ภายในสถาบันธัญญารักษ์  ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ส่งผลให้มีผู้ป่วยโควิด-19 เป็นชายอายุ 54 ปี เสียชีวิต 1 คน



ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้มีการเปิดเผยภาพใบหน้าคนร้ายก่อเหตุทั้ง 2 แห่งแล้ว ขณะเดียวกันได้เร่งติดตามตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยมีรายงานว่า คนร้ายกราดยิง รพ.สนาม ได้ขับรถกระบะหลบหนีไปยังพื้นที่ภาคใต้ จนสุดท้ายยอมมอบตัวและถูกจับกุมในที่สุด
 
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่กำลังพลของกองทัพบก แต่เคยเป็นทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงประเด็นดังกล่าวว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และทำไมจึงลงมือกระทำอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ พร้อมทั้งมีการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้เมื่อช่วงต้นปี 2563 นั่นก็คือเรื่อง “จ่าคลั่งกราดยิงโคราช” ด้วย



หากย้อนไปถึงคดีของจ่าคลั่ง หรือ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ทหารหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ที่มีการลงมือในลักษณะเดียวกัน โดยใช้อาวุธสงครามไล่กราดยิงประชาชน เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.63 มีทั้งตำรวจ ชาวบ้าน เด็กนักเรียน ผู้หญิง ที่ตกเป็นเหยื่อคมกระสุน ก่อนที่จะขับรถฮัมวี่หนีไปเข้าห้างเทอมินอล 21 โคราช จากนั้นก็ตัดสินใจยิงถังแก๊สวางเพลิงในห้างจนไฟลุกท่วมรุนแรงและกราดยิงผู้คนไปทั่ว ต่างแตกตื่นหนีตายอุตลุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ราย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 58 ราย
 
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเหตการณ์สุดโหดร้ายที่ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งญาติและครอบครัวที่เสียชีวิต เกิดผลกระทบทางจิตใจกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งชนวนเหตุของการกราดยิง ข้อมูลจากการสอบสวนของตำรวจสันนิษฐานว่าเหตุรุนแรงครั้งนี้มีที่มาจาก ข้อพิพาทเรื่องเงินและการซื้อขายบ้านที่ผู้ก่อเหตุซื้อจากนายหน้า และตกลงกันไม่ได้จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว รวมทั้งคำยืนยันจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ในขณะนั้น) ที่ระบุว่า ทหารผู้ก่อเหตุ “ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ” จากการซื้อขายที่ดินและผิดสัญญากันในเรื่องผลตอบแทน



โดยขบวนการดังกล่าวคือ เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรที่เป็นเครือญาติของนายทหารนำโครงการมาเสนอขายให้ทหารชั้นผู้น้อยในราคาถูก พร้อมกับจัดหาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการอนุมัติเงินกู้ของกรมสวัสดิการทหารบกมาประเมินราคาบ้านให้สูงกว่าความเป็นจริงเพื่อขออนุมัติเงินกู้ในวงเงินที่สูง ๆ นอกจากนี้ ยังมีผู้บังคับบัญชาที่เซ็นหนังสือรับรองเพื่อให้การอนุมัติเงินกู้ง่ายขึ้น จนทำให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้น
 
หลังจากเกิดเหตุกราดยิง มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุถูกเปิดเผยอย่างแพร่หลาย นำไปสู่การตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับธุรกิจบ้านจัดสรรในแวดวงทหาร ความสัมพันธ์ระหว่างทหารชั้นผู้น้อยกับผู้บังคับบัญชา รวมทั้งความกดดันจากระบบ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การหาความจริงเกี่ยวกับธุรกิจในค่ายทหาร
 
แน่นอนเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งคดีตัวอย่างในสังคมไทยที่เหล่าทหารชั้นผู้น้อยถูกกดขี่จากทหารชั้นผู้ใหญ่ จนนำไปสู่เรื่องราวอันโหดร้าย จนกระทั่งล่าสุดเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น กลับหวนคืนมาอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2564) ซึ่งหลายฝ่ายจับจ้อง พร้อมทั้งโยงถึงเหตุการณ์ "จ่าคลั่ง" ว่ามีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งอาจจะเป็น “พฤติกรรมเลียนแบบ” หรือไม่?



อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น นายกิตติ แสงนิลกุล อายุ 61 ปี พ่อของหนุ่มคลั่ง ทราบชื่อภายหลังคือ นายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี อดีตทหารเกณฑ์ที่จังหวัดลพบุรี ได้เปิดเผยว่า สาเหตุเกิดจากการคับแค้นใจของลูกชายที่มีอยู่ 2 เรื่อง เกี่ยวกับ ตอนที่เป็นทหารเกณฑ์ โดนครูฝึกซ้อม เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ
 
ซึ่งตลอดเวลา ยังถูกครูฝึกที่ติดยาทำร้ายอีก จึงเกิดความคับแค้นใจ จนมีเรื่องเก็บกดมาเป็นเวลานาน ซึ่งตนเองก็พยายามเตือนแล้ว ว่าอย่าไปทำคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จนมาทราบก็ตอนที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งตอนนี้ลูกชายได้ปลดประจำการณ์มาแล้ว และทำงานส่งเอกสาร และทำคอมพิวเตอร์ให้กับญาติๆ กันโดยในเบื้องต้น ลูกชายกำลังทำวีซ่าที่จะเดินทางไปประเทศอเมริกา โดยถ้าไปได้ลูกชายบอกว่าจะอยู่ที่นั่นเลย



อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากปมในใจของชายทั้ง 2 ที่เป็นเพียงชั้นผู้น้อย แต่กลับถูกครูฝึก หรือนายทหารชั้นผู้ใหญ่กดขี่ข่มเหงทั้งเรื่องการทุจริต รวมไปถึงการถูกทำร้ายร่างกาย จนกลายเป็นแผลในใจที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลานาน สะท้อนถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตของทหารบางราย ที่อาจมีการเสพติดความรุนแรง จนกลายเป็นชนวนสำคัญของเรื่อง
 
แม้ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่อาจลบเลือนสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นภายในจิตใจนี้ได้ และนอกจากนั้น สิ่งที่ยากที่สุดคือ สิ่งที่อยู่ในใจของผู้ก่อเหตุที่ต้องการสะท้อนไปยังสังคม ยังไม่มีพื้นที่ หรือเสียงที่ดังพอจะให้หลายคนได้รับรู้ และเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องก้มหน้ารับกรรม และถูกกระทำอย่างทารุณ จึงเกิดเป็นโศกนาฏกรรมอันรุนแรงที่สะเทือนสังคมแบบนี้เกิดขึ้น..



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 14