อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

สบยช.แจงเหตุคลั่งยิงรพ.สนาม ส่งจิตแพทย์ดูแลผู้ป่วย

สบยช.ออกแถลงการณ์ แจงยิบเหตุการณ์ยิงผู้ป่วยโควิดดับ พร้อมส่งทีมแพทย์-จิตแพทย์ประเมินอาการผู้ป่วย ระบุคนอาการน้อยรักษา 10 วัน ให้กลับไปดูอาการต่อที่บ้าน ส่วนที่เหลือหากต้องการย้ายรพ. พร้อมประสานส่งต่อ พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 22.15 น.

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง เหตุการณ์คนร้ายถือปืนบุกยิงผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย COVID ส่วนขยาย 6+1 กรมการแพทย์ @ สบยช. ระบุว่า สบยช.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และชี้แจงให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบว่าทาง สบยช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานและขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถป้องกันได้ ทั้งนี้ สบยช. จะเยียวยาและดูแลด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ต่อไป

สำหรับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 03.10 น. มีชายแต่งกายสวมเสื้อแขนยาวลายพลางคล้ายทหารและสวมหมวกหมวกเบเรต์สีแดง ขับรถกระบะสีขาว มาที่หน้าประตู 1 และแจ้ง รปภ.“ว่าจะมา รพ.ราชวิถี 2” รปภ.แจ้งเส้นทางการเดินรถแก่คนร้ายว่า “ราชวิถีให้เลี้ยวขวา” แต่คนร้ายกลับเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่อาคารอำนวยการ สบยช. แล้วคนร้ายขับรถไปจอดหน้าตึกอำนวยการ สบยช. หลังจากนั้นได้ลงมาจากรถและสูบบุหรี่พร้อมกับถือปืนเดินไปตรงหน้า รปภ.ทางเข้าหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยาย 6+1 กรมการแพทย์ @ สบยช. คนร้าย ถือปืนพร้อมกับสูบบุหรี่และเดินเข้าหา รปภ. ซึ่งไม่มีอาวุธ โดยตามกฎหมายแล้ว รปภ.ไม่สามารถพกและใช้อาวุธปืนได้อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อทาง รปภ.เห็นลักษณะท่าทางไม่ปกติจึงถอยและวิทยุเรียก รปภ.ท่านอื่นให้มาช่วย และแอบซุ่มดูอยู่ข้างต้นไม้บริเวณด้านหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยายฯ 

หนุ่มคลั่งซัด2รุ่นพี่ในค่ายฯทำร้าย ชนวนเหตุยิงตาย2ศพ
เผยแรงจูงใจหนุ่มคลั่งก่อเหตุ เข้าใจผิดคิดว่า'สถานบำบัดยา'


เห็นคนร้ายเดินเข้ามาตรงบริเวณหน้าเต็นท์ จากนั้นกลับออกไปตรงหน้าตึกคนไข้ เวลาประมาณ 03.14 น. คนร้ายพยายามผลักประตู ซึ่งถูกล็อคไว้ด้วยกุญแจหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงใช้ปืนยิงกุญแจและโซ่ แต่โซ่ไม่ขาด จึงยิงนัดที่ 2 กระจกจึงแตกทั้ง 2 บาน จากนั้นคนร้ายเดินเข้าไปด้านในห้องโถงที่รับประทานอาหาร ซึ่งขณะที่คนร้ายกราดยิงนัดที่ 2 พยาบาลได้โทรฯแจ้งสถานีตำรวจประตูน้ำจุฬาฯ เพื่อให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเร็วในเวลา 03.20 น. ระหว่างนั้นได้แจ้งผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที

ในขณะนั้น ทีมพยาบาลได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเดินผ่านเข้าไปในเรือนนอนผู้ป่วย แล้วก็วนกลับไปตรงบริเวณประตู หน้าลิฟท์ ผลักประตูแต่ออกไม่ได้เพราะล็อกกุญแจ คนร้ายเดินทะลุไปที่บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งขณะนั้นมีผู้ป่วยชายไทย วัย 54 ปี กำลังเดินออกจากห้องน้ำ คนร้ายได้เดินเข้ามาจ่อยิงอย่างกระชั้นชิดจนเสียชีวิต คนร้ายได้กราดยิงในเรือนนอนคนไข้ ชั้น 1 แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย จากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาด้านนอกและไปกราดยิงบริเวณด้านหน้าหอผู้ป่วย COVID ส่วนขยายฯ หลังจากนั้นเดินไปที่ หน้าตึกอำนวยการ สบยช. และกราดยิง แล้วขับรถหนีออกไป เวลา 04.43 น. ทีมแพทย์และ ร้อยเวร สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ร่วมชันสูตรพลิกศพ และแจ้งเหตุการณ์ให้ญาติรับทราบ หลังจากนั้นได้ดำเนินการบรรจุศพ และทำความสะอาดพื้นที่หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้สวมชุด PPE เข้าไปดูแลด้านจิตใจของผู้ป่วยรายอื่นๆ

ทั้งนี้ สบยช. มีจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ประเมินสภาพผู้ป่วยเพื่อให้การดูแล ในกรณีผู้ป่วยที่อาการน้อยพักอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 10 วัน สามารถ กลับบ้านเพื่อไปกักตัวที่บ้านต่ออีก 4 วัน จนครบ 14 วัน ในส่วนของผู้ป่วยรายอื่นที่ประสงค์จะย้ายชั้นหรือไปรักษาที่อื่น ทาง สบยช. ได้ดำเนินการประสานส่งต่อให้

ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ ผู้ร้ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ สบยช. มาก่อน รวมทั้งไม่พบชื่อผู้ก่อเหตุในแบบรายงานระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพ ติดของประเทศ (บสต.) แต่อย่างใด.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 18