อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

น้ำในเขื่อนแล้งขั้นวิกฤติ! กฟผ.ขอให้ชะลอทำ'นาปี'

"กฟผ." แจ้งเตือน น้ำใน "เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์" แล้งจัดถึงขั้นวิกฤติ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณต่ำสุดในรอบ 51 ปี ประกาศขอ "เกษตรกร" ชะลอทำนาปี ศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2558 เวลา 07.45 น.

นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในภาวะวิกฤตน้ำแล้ง โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-11 มิ.ย. 58 มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลเพียง 4 ล้านลูกบาศ์กเมตร ถือเป็นปริมาณต่ำสุดในรอบ 51 ปี หรือตั้งแต่มีการเก็บกักน้ำมา ขณะที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 46% ซึ่งถือเป็นปริมาณลดลงในระดับวิกฤต เหลือปริมาณน้ำใช้งานได้เพียง 779 ล้านลบ.ม. ส่งผลให้การระบายน้ำ เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ ได้บางส่วนเท่านั้น เนื่องจากปริมาณน้ำส่วนนี้ต้องสำรองไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตามคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งมีรองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธาน และมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประกาศให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้เริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อนจนกว่าจะมีฝนตกชุกตามปกติ และให้ปรับลดการใช้น้ำจากเขื่อนทั้ง 4 ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลง เพื่อประคองปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ให้สามารถระบายเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ ตลอดจนเจียดจ่ายน้ำบางส่วนให้กับพื้นที่นาที่ได้ทำการเพาะปลูกไปแล้วได้เพียงพอในช่วง 40 วันหรือจนกว่าจะมีปริมาณฝนธรรมชาติเพียงพอ

“ตอนนี้เขื่อนภูมิพลมีการปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. ลงเหลือวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ มีการปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 33 ล้าน ลบ.ม. ลงเหลือวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสถานการณ์น้ำของเขื่อนทั้ง 2 นับว่า อยู่ในขั้นวิกฤต ทั้งในแง่ของปริมาณน้ำในอ่างฯ และปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ซึ่งในอดีตเขื่อนทั้งสองเคยมีปริมาณน้ำในอ่างฯ ต่ำสุดในปี 35 จากสถานการณ์น้ำดังกล่าว คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกร ปฏิบัติตามข้อแนะนำของกรมชลประทาน และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วง 40 วันนี้ไปได้”

สำหรับเขื่อนของ กฟผ. ทุกเขื่อน เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีหน้าที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม และการอุปโภคบริโภค ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น ซึ่งการระบายน้ำจากเขื่อนเป็นไปตามการควบคุมของคณะกรรมที่กำกับดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินใจบริหารน้ำร่วมกันอย่างใกล้ชิด



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 251