อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563

คนไทยปลื้มนโยบายกองทุนหมู่บ้าน

พลล์ ม.หอการค้าไทย ระบุคนไทยชอบนโยบายกองทุนหมู่บ้านมากสุด รองลงมาคือปรับปรุงเงื่อนไขค้ำประกันเอสเอ็มอี ชี้หากได้เงินเน้นลงทุนใหม่-จ่ายหนี้นอกระบบ พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2558 เวลา 07.00 น.

นางเสาวณีย์  ไทยรุ่งโรจน์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนะต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า นโยบายที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด คือ กองทุนหมู่บ้าน รองลงมาเป็นการปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกัน, การเร่งเบิกจ่ายเงินโครงการไม่เกิน 1 ล้านบาท, การลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 10% ของกำไรสุทธิ 2 รอบบัญชี และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เอสเอ็มอี เป็นต้น โดยประชาชน และผู้ประกอบการระบุว่าหากได้รับเงินจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ส่วนใหญ่จะนำเงินไปลงทุนประกอบธุรกิจใหม่, ขยายกิจการ, ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน, เป็นค่าเล่าเรียนแก่บุตรหลาน, จ่ายหนี้นอระบบ, ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ

ทั้งนี้ ประชาชนเชื่อว่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐจะทำให้การใช้จ่ายในครัวเรือน การออม ความเป็นอยู่ของครัวเรือน และอำนาจการซื้อดีขึ้น แต่หนี้สินเพิ่มขึ้น  ขณะที่ผู้ประกอบการ เชื่อว่า จะทำให้ยอดขาย กำไร  การจ้างงาน และคำสั่งซื้อล่วงหน้ ดีขึ้น โดยผู้ตอบส่วนใหญ่เชื่อว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ คาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวได้ 2.1-3.0% และปี 59 คาดจะขยายตัวได้มากกว่า 3% 

 “ผลการสำรวจพบว่าประชาชน 67.6% พึงพอใจกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลมาก ส่วน 32.2%   ระบุพึงพอใจปานกลาง มีเพียง 0.2% เท่านั้นที่ระบุพึงพอใจน้อย และไม่มีคนตอบไม่พึงพอใจเลย”

 ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ประชาชนและผู้ประกอบการตอบรับนโยบายที่ออกมาในเชิงบวก และคาดหวังว่าเมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ดีขึ้น จะส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันถูกหลายปัจจัยลบรุมเร้า ทำให้ถูกมองว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจยังทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม หากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลครั้งนี้ ลงไปสู่ระบบได้รวดเร็วภายใน 1 เดือนนี้ คาดว่าจะมีส่วนกระตุ้นให้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยในปีนี้ขยายตัว 3% ได้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลต้องจัดโรดโชว์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง คือประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับรายละเอียดนโยบายของรัฐบาลมากนัก เห็นได้จากประชาชน และผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ 82% ระบุว่ายังไม่รับรู้นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล มีเพียง 18% เท่านั้นที่รับรู้ โดยนโยบายเศรษฐกิจเฟส 1 ประกอบด้วย การเร่งเบิกจ่ายเงินโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท , การจัดสรรเงินให้เปล่าตำบลละ 5 ล้าน และการปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน 

ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ เฟส 2 ประกอบด้วย การยกเว้นภาษีให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) เป็นเวลา 5 ปี , การปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกันโดยบรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยเหลือ, การลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 10% ของกำไรสุทธิ 2 รอบบัญชี และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเอสเอ็มอี 

ขณะเดียวกันยังพบว่านโยบายเศรษฐกิจด้านการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนของกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ โครงการเครือข่ายอาสาพาณิชย์ , ดูแลราคาสินค้าที่เหมาะสมและเป็นธรรม, ฉลาดซื้อ-ประหยัดใช้ , ส่งเสริมเอาท์เลตสินค้าเกษตร และสร้างแอพพลิเคชันลายแทงของถูก และธงฟ้า-หนูณิชย์พาชิม  ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน 

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า  ประชาชนยังต้องการให้รัฐ ดูแล ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วง ม.ค. ปีหน้า เช่น การลดค่าครองชีพ, ปราบปรามคอร์รัปชั่น, ควบคุมราคาสินค้า, ความปลอดภัยในประเทศ, ฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ, กระตุ้นการส่งออก, ส่งเสริมการท่องเที่ยว, ช่วยเหลือเอสเอ็มอี, ขยายตลาดหรือช่องทางจำหน่ายให้ผู้ประกอบการ, ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ, จัดหาแหล่งเงินทุน  ขณะที่ในระยะยาว 1-3 ปี ประชาชนต้องการเห็นประเทศไทย ไม่มีการคอร์รัปชั่น, มีเศรษฐกิจดิจิตอล, มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ, มีเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง, พึ่งพาตนเอง,ไม่พึ่งพาส่งออก และมีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง

  “ในส่วนของผู้ประกอบการพบว่าสถานภาพของผู้ประกอบการในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังไม่มีดีนักทั้งยอดขาย  ยอดจำหน่าย กำไร ต้นทุน การจ้างงาน และคำสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องของ ไม่มีเงินทุน, ต้นทุนประกอบการสูง, ขาดสภาพคล่อง และความต้องการสินค้าลดลง   ซึ่งหากนโยบายของรัฐบาลเริ่มดำเนินการผู้ประกอบการก็คาดหวังว่า สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 561