อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

กระแสโบรกเกอร์ออนไลน์แข่งดุ งัดสารพัดกลยุทธ์ดูดแมงเม่า…

ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. 58 ระบุว่ามีจำนวนบัญชีหลักทรัพย์รวมอยู่ที่ 1.2 ล้านบัญชีมีสัดส่วนของบัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 228,995 บัญชี พฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2558 เวลา 05.49 น.

กระแสเทคโนโลยีปัจจุบันก้าวล้ำไปไกลในทุกวงการ ทุกอุตสาหกรรมต้องแข่งขันด้านนวัตกรรมให้อยู่เหนือคู่แข่งเพื่อแย่งชิงตลาดให้ได้มากที่สุด!!

เช่นเดียวกับวงการตลาดหุ้นไทยก็เช่นกันหลังเปิดเสรีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) บรรดาโบรกเกอร์หน้าใหม่…ก็แห่กันเข้ามาแย่งตัวบรรดาแมงเม่าบรรดานักลงทุนกันเป็นแถวโดยชูจุดเด่นเรื่อง “โบรกเกอร์” เรียกกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายอย่างเต็มที่รวมถึงอัดโปรโมชั่นแบบไม่สนใจต้นทุน

ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. 58 ระบุว่ามีจำนวนบัญชีหลักทรัพย์รวมอยู่ที่ 1.2 ล้านบัญชีมีสัดส่วนของบัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 228,995 บัญชี ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีสัดส่วนที่การซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 36% ของมูลค่าการซื้อขายรวม

สำหรับข้อดีที่เห็นได้ชัดสำหรับนักลงทุนจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์คือ ต้นทุนค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือค่าคอมมิสชั่นอยู่ในระดับต่ำเฉลี่ยที่ 0.15% ของมูลค่าการซื้อขายขณะที่ค่าคอมมิสชั่นการซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนหรือเจ้าหน้าที่มาร์เก็ตติ้งอยู่ที่ 0.25% ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ ๆ ประหยัดไปได้มากรวมถึงระบบการซื้อขายและดูแลข้อมูลก็เป็นออนไลน์เกือบทั้งหมดทำให้นักลงทุนสามารถทำธุรกรรมและศึกษาข้อมูลได้ตามใจชอบ

ด้วยแนวโน้ม…ด้วยยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไปทำให้ ตลท.ต้องผลักดันนโยบายตลาดหลักทรัพย์ดิจิตอลเข้ามาตอบรับอย่างทันท่วงทีทั้งเดินหน้าผลักดันระบบชำระราคาใหม่ของตลาดหุ้นในรูปแบบ “ที+2” ที่ทำให้นักลงทุนชำระราคาค่าซื้อขายภายใน 2 วันทำการนับจากวันซื้อขาย จากปัจจุบันที่ใช้ระบบการชำระราคาแบบ “ที+3” หากสำเร็จจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนอย่างมากรวมไปถึงการใช้ระบบออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับและเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนขณะเดียวกันยังปรับปรุงบริการลูกค้าเป็นระบบออนไลน์ในการตอบคำถามข้อสงสัย

ล่าสุด…โบรกเกอร์น้องใหม่ตบเท้าเข้าตลาดต่อเนื่องโดยบริษัทหลักทรัพย์เอเอสแอล จำกัด ประกาศกร้าวจะขึ้นแท่นเป็นผู้นำโบรกเกอร์ออนไลน์หลังเปิดให้บริการตั้งแต่ 18 ..ที่ผ่านมาและเน้นการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมากถึง 80% และอีก 20% ผ่านมาร์เก็ตติ้งซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดีและปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดเริ่มขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังถือว่าท้ายตารางเพราะเป็นน้องใหม่ในตลาด

ชาญชัย กุลถาวรากร” ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเอสแอล ให้แนวทางว่า บริษัทจะเป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ให้บริการครบวงจรภายในจุดให้บริการเดียวหรือ วัน สต๊อป เซอร์วิส เพื่อให้นักลงทุนที่เข้ามาเปิดบัญชีได้รับบริการผ่านระบบออนไลน์ที่หลากหลายและให้ข้อมูลจากสำนักข่าวกราฟเทคนิค ข้อมูลบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นและในอนาคตมีแผนจะให้บริการภาษาอื่น ๆ เช่น ภาษาจีนเพื่อตอบรับการเปิดเสรีด้านการลงทุนระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ยังมีข้อได้เปรียบจากการไม่ต้องลงทุนตั้งห้องค้าขนาดใหญ่แต่เปิดจุดบริการย่อยภายในสาขาของร้านกาแฟคอฟฟี่ บีน ที ลิฟ เพื่องานรับส่งเอกสารทำให้บริษัทยังมีรายจ่ายค่าจ้างพนักงานค่อนข้างต่ำโดยปัจจุบันมีพนักงานเพียง 40 คนเท่านั้น

ด้านคู่แข่งน้องใหม่ล่าสุด “บล.เอสไอบีไทย ออนไลน์ จำกัด” ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมเปิดให้บริการซื้อขาย ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ได้ทำให้อุตสาหกรรมโบรกเกอร์สั่นสะเทือนทั้งวงการเพราะจุดเด่นที่เป็นโบรกออนไลน์แบบ 100% โดยเป็นบริษัทร่วมทุนกับโบรกเกอร์ญี่ปุ่นดินแดนเจ้าเทคโนโลยีจึงได้เปรียบในเรื่องนวัตกรรมระบบการซื้อขายทันสมัยโดนใจวัยรุ่นและเป็นเทคโนโลยีซื้อขายที่ระบบในไทยยังตามไม่ทันแถมยังใจปํ้าอัดโปรโมชั่นค่าคอมมิสชั่นแบบ 90% ระยะเวลา 3 เดือนเต็มทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ชอบลองของสนใจกับเพียบ

นอกจากนี้ยังเข็นความสะดวกสบายเรื่องการเปิดบัญชีที่สะดวกและรวดเร็วโดยสามารถเปิดบัญชีผ่านเว็บไซต์ของบริษัทและยืนยันตัวตนผ่านร้านสะดวกซื้อยอดนิยมอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 8,300 สาขาทั่วไทยรวมถึงพัฒนาระบบย้ายหลักประกันระหว่างบัญชีซึ่งสามารถปรับวงเงินการซื้อขายได้ในทันทีไม่ต้องรอการดำเนินการจากเจ้าหน้าที่

วราห์ สุจริตกุล” ประธานกรรมการ บล.เอสไอบีไทย ออนไลน์ บอกว่ากระแสธุรกรรมออนไลน์กำลังเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยเฉพาะในโลกการลงทุนยุคใหม่ซึ่งการลงทุนแบบออนไลน์เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าและดีกว่าเพื่อรับโอกาสที่เหนือกว่าคนอื่นและเป้าหมายสำคัญคือการมีส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้ 10% ภายใน 5 ปีเบียดอันดับหนึ่งแบบง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามในแง่ของนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยอย่าง “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” ก็ยอมรับว่าโบรก เกอร์ออนไลน์จะได้ใจนักลงทุนในเรื่องความสะดวกในการซื้อขายและค้นหาข้อมูลตามที่นักลงทุนต้องการซึ่งสามารถใช้บริการที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสาขาแต่ก็ต้องยอมรับว่ายังเป็นห่วงเรื่องความรู้ของนักลงทุนที่อาจมีไม่มากพอเพราะการเจาะฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่โดยนำความสะดวกสบายด้านเทคโนโลยีมาเป็นจุดขายเหมือนการล่อนักลงทุนหน้าใหม่เข้าตลาดแต่ไม่ได้ให้ความรู้ทางการลงทุนติดตัวมาด้วยเพราะบริษัทหลายแห่งไม่เน้นเรื่องการทำบทวิเคราะห์มากนัก

แม้ช่องทางการซื้อขายออนไลน์…จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนก็จริงแต่ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องวิเคราะห์หยุดคิดกันสักนิดเพราะอย่าลืมว่าบรรดาแมงเม่าที่ปีกหักทั้งหลายส่วนใหญ่เกิดจาก “ความไม่รู้ข้อมูล” หากการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำหน้าแต่ไม่ได้ให้ความรู้กับผู้ลงทุนอย่างจริงจังสุดท้ายแล้ว “ตลาดทุนไทย” จะมีคุณภาพได้อย่างไร?.

รวิกานต์ รักเจริญ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 384