อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

รายย่อยเข้าซื้อหุ้นไทยต่ำสุดรอบ 8 ปี

แมงเม่าขยาดหุ้นไทย สัดส่วนซื้อขายต่ำสุดในรอบ 8 ปี เหตุตลาดผันผวนหนัก ลงทุนยาก ด้านมาร์เก็ตแคปต่อจีดีพีวูบเหลือ 94% จันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.35 น.

นายสันติ กีระนันท์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในหุ้นไทยอยู่ในระดับเพียง 52% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี จากไตรมาส 1 ปี 58 เคยสูงสุดถึง 64.18% เนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูง เพราะปัจจัยภายนอกทั้งราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนแอ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้นักลงทุนรายย่อยเลือกจะชะลอการซื้อขายเพื่อรอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีโอกาสจะต่ำกว่า 50% เพราะประเมินว่าตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกคงยังไม่สดใสมากนัก

สำหรับภาวะตลาดในปัจจุบันยังทำให้สัดส่วนขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ(จีดีพี)อยู่ต่ำเพียง 94% เท่านั้น  ซึ่งถือเป็นที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อนที่มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทย เคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดถึง 120%ของจีดีพี แต่อย่างไรก็ตามภายในปี 63 ตลท.ตั้งเป้าหมายจะปรับเพิ่มสัดส่วนมาร์เก็ตแคปให้ขึ้นไปถึง 150%ต่อจีดีพี โดยต้องมีมูลค่าการซื้อขายถึง 100,000 ล้านบาทต่อวัน และบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 1,000 บริษัทขึ้นไป ซึ่งตลท.พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทจดทะเบียน และเดินหน้าให้ความรู้นักลงทุนต่อเนื่อง

“ขณะนี้ตลท. มีจำนวนบริษัทจดทะเบียน 634บริษัท และมีมาร์เก็ตแคป 12.18 ล้านล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าปรับตัวลดลงมากพอสมควรตามภาวะตลาด โดยส่วนหนึ่งเกิดจากนักลงทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกนอกตลาดหุ้นไทย เพราะภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยประมาณ 30.7%  ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%