อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

เคาะรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่นคุ้มกว่าบีอาร์ที

 จ.ขอนแก่นเหมาะที่จะใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเบา  ตามเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ของถนนมิตรภาพ   มากกว่าบีอาร์ที  ซึ่งเป็นล้อยาง  เพราะเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว  มีรถไฟทางคู่ผ่าน อังคารที่ 2 สิงหาคม 2559 เวลา 23.26 น.


รศ.ดร.พนกฤษณ  คลังบุญครอง   รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และรองผู้จัดการโครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่นและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า   เมื่อวันที่ 29ก.ค. ที่ผ่านมา  ได้ประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการฯ  มีหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมประชุม  อาทิ   สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น  (อบจ.)  เทศบาลนครขอนแก่น  หอการค้าจังหวัดขอนแก่นกรมทางหลวง  และ กรมทางหลวงชนบท   เพื่อร่วมกันพิจารณาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของระบบขนส่งมวลชนในขอนแก่น ทั้ง 2ระบบคือรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit, LRT) กับรถโดยสารด่วนพิเศษ(Bus Rapid Transit, BRT)

รศ.ดร.พนกฤษณ   กล่าวต่อว่า  ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า   จ.ขอนแก่นเหมาะสมที่จะใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเบา  ตามเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ของถนนมิตรภาพ   มากกว่าบีอาร์ที  ซึ่งเป็นล้อยาง  เพราะเมืองขอนแก่นมีขนาดใหญ่และเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว  มีรถไฟทางคู่ผ่าน   ทำให้ประชาชนเกิดการเดินทางมากขึ้น   รถไฟฟ้ารางเบาจะช่วยให้ประชาชนใช้เชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว   รวมทั้งแก้ปัญหารถติดในเมืองขอนแก่นอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญชาวขอนแก่นต้องการรถไฟฟ้ารางเบาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของเมือง รวมทั้งภาคเอกชนให้การสนับสนุนและสนใจลงทุนมากกว่าบีอาร์ทีโดยพิจารณาจากด้านเศรษฐกิจและความคุ้มทุนเป็นหลัก  ส่วนรูปแบบการลงทุนเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลและเอกชน ลักษณะและสัดส่วนของการร่วมลงทุนต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปต่อไป
 
โดย หลังจากนี้  จะออกแบบรายละเอียดโครงการ อาทิ แนวเส้นทาง  ระยะทาง  รูปแบบสถานี  รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่อบสถานี  เน้นการเดินทางขนส่งมวลชน แบบเมืองกระชับ  ผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดิน     ส่งเสริมการเดินเท้า ทางจักรยาน  เชื่อมต่อ  พัฒนาพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สันทนาการต่างๆ     รวมทั้งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนม.ค.ปี 60 เพื่อส่งรายงานให้ สนข. นำเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ก่อน นำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น