อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

เงินต่างชาติทะลักไทย

โบรกฯ คาดสิ้นปีนี้ ทะลัก 1.5แสนล้านบาท ชี้สภาพคล่องล้นตลาดโลก ประกอบกับจีดีพี-ผลประกอบการบจ.ดีเกินคาด ดันเงินบาทแข็งค่าสูงสุดรอบ 13 เดือน อังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 เวลา 16.58 น.

นายธนเดช  รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศหรือฟันด์โฟลว์ซื้อสุทธิหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมูลค่ากว่า 105,000 ล้านบาทและตลอดทั้งปีมีแนวโน้มยอดซื้อสุทธิถึง 150,000 ล้านบาท เนื่องจากสภาพคล่องทั่วโลกมีมาก ประกอบการธนาคารกลางประเทศต่าง ๆได้ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินหรือคิวอี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ,ยุโรป,ญี่ปุ่นอยู่ในภาวะชะลอตัวลงต่างกับประเทศไทยที่ตัว เลขจีดีพีและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายประเมินและรัฐบาลมีนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้น ฐาน เป็นต้นจนเป็นแรงจูงใจในการดึงดูดเม็ดเงิน
 
“ขณะนี้ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้ดัชนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากต้นปี 1,300 จุด ปัจจุบันมาอยู่ 1,540-1,550 จุดหรือเพิ่มขึ้น 18% คือ เงินจากฟันด์โฟลว์ และคาดว่าจะมีมาต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นปีแรก ในปี4ปี ที่ต่างชาติซื้อสุทธิ เพราะก่อนหน้านี้ 3ปี ต่างชาติทยอยขายตลอด300,000-400,000ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ เชื่อว่าเงินฟันด์โฟลว์จะเข้าในตลาดหุ้นไทยอีก50,000ล้านบาทและอาจดันดัชนีถึง 1,600 จุดได้”

นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาสูงที่สุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่ก.ค. 58 ที่ผ่านมา จากวันนี้ที่ เปิดตลาด 34.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากนั้นเงินบาทได้แข็งค่าต่อเนื่องจนแตะ 34.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาสสองที่ดีขึ้น จนกลบปัจจัยลบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงวันหยุด และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่เพิ่งประกาศเมื่อปลายสัปดาห์ไม่ค่อยดี ทำให้ประเมินว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15